ข้ามไปที่เนื้อหา
BIZLOOM

ใบแจ้งหนี้

แจ้งยอดที่ลูกค้าต้องชำระ พร้อมกำหนดวันครบชำระ

ตัวอย่างเอกสาร

ร้านมินิมอลช็อป
99/1 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105512345671
สำนักงานใหญ่ · โทร 081-234-5678

ใบแจ้งหนี้

Invoice

เลขที่ IV-2569-0001
วันที่ 31 ก.ค. 2569
ครบกำหนดชำระ 30 ส.ค. 2569
ลูกค้า
บริษัท เอบีซี จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอบีซี ถ.พระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0107536000129 · สำนักงานใหญ่
#รายการจำนวนราคา/หน่วยจำนวนเงิน
1เสื้อยืดคอกลม สีขาว3290.00870.00
2ถุงผ้าแคนวาส2150.00300.00
ผู้รับสินค้า/รับบริการ
ผู้มีอำนาจลงนาม
สร้างด้วยBIZLOOMออกเอกสารฟรีที่ bizloom.app

ใบแจ้งหนี้คือเอกสารที่บอกลูกค้าว่าต้องจ่ายเท่าไร จ่ายให้ใคร และจ่ายภายในวันไหน ออกหลังจากส่งของหรือให้บริการแล้ว แต่ก่อนที่เงินจะเข้า มันเป็นเอกสารทางการค้า ไม่ใช่เอกสารทางภาษี ประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดรูปแบบของใบแจ้งหนี้ไว้ และเอ่ยถึงมันในฐานะ "เอกสารทางการค้าอื่น" เท่านั้น เช่นในข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39)

ข้อดีของการที่มันไม่ใช่เอกสารทางภาษี คือคุณทวงเงินได้โดยไม่กระทบวันที่ต้องนำส่งภาษี ข้อเสียคือไม่มีอะไรบังคับให้ลูกค้าถือว่ามันสำคัญ ความชัดของเนื้อหาจึงเป็นสิ่งเดียวที่ทำงานแทนคุณ

ออกตอนไหนของการขาย

ในทางปฏิบัติ ลำดับที่ใช้กันคือ ใบเสนอราคา แล้วลูกค้าตกลง แล้วส่งของหรือทำงานเสร็จ แล้วออกใบแจ้งหนี้ แล้วรับเงิน แล้วออกใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่าง "งานเสร็จแล้ว" กับ "เงินยังไม่เข้า" ซึ่งเป็นช่วงที่ยาวที่สุดของการขายให้ลูกค้าองค์กร

ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทที่มีรอบวางบิล ใบแจ้งหนี้มักไม่ได้เดินทางไปเดี่ยว ๆ แต่ถูกรวมอยู่ในใบวางบิลอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละใบและมีหน้าที่คนละอย่าง

จุดที่ต้องระวังที่สุด และคนพลาดจริง

ถ้าคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว อย่ารวมใบแจ้งหนี้กับใบกำกับภาษีเป็นใบเดียวโดยไม่ตั้งใจ เพราะการออกใบกำกับภาษีเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเองได้

  • ให้บริการ — ความรับผิดเกิดเมื่อได้รับชำระค่าบริการ เว้นแต่ได้ออกใบกำกับภาษีก่อน ก็ให้ถือว่าเกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษี (มาตรา 78/1(1))
  • ขายสินค้า — ความรับผิดเกิดเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อนหน้านั้น (มาตรา 78(1))

กรณีบริการคือกรณีที่เจ็บที่สุด ถ้าคุณพิมพ์คำว่า "ใบกำกับภาษี" ลงบนใบแจ้งหนี้ที่ส่งไปทวงเงินเดือนนี้ แล้วลูกค้าจ่ายอีกสองเดือนถัดไป คุณต้องนำส่งภาษีขายของเดือนที่ออกใบ ไม่ใช่เดือนที่ได้เงิน คุณจ่ายภาษีด้วยเงินที่ยังไม่ได้รับ

ทางเลี่ยงตรงไปตรงมา คือให้ใบแจ้งหนี้เป็นใบแจ้งหนี้ล้วน ๆ พาดหัวว่าใบแจ้งหนี้ ไม่มีคำว่าใบกำกับภาษีอยู่บนกระดาษ แล้วค่อยออกใบกำกับภาษีเมื่อถึงจุดที่กฎหมายกำหนดจริง

ควรมีอะไรอยู่บนใบแจ้งหนี้

เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดรายการ รายการด้านล่างจึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายบัญชีของลูกค้าต้องใช้จริงเพื่อจะตั้งหนี้และจ่ายเงินได้ ขาดข้อไหนก็แปลว่าเอกสารจะถูกวางกองไว้รอถาม

  • คำว่า "ใบแจ้งหนี้" บนหัวเอกสาร และเลขที่เอกสารที่ไม่ซ้ำกับใบอื่นของคุณ
  • วันที่ออก และวันครบกำหนดชำระที่ระบุเป็นวันที่จริง ไม่ใช่ "ภายใน 30 วัน" ลอย ๆ
  • ชื่อและที่อยู่ของลูกค้าตามที่จดทะเบียน พร้อมชื่อผู้ติดต่อหรือแผนกที่รับผิดชอบ
  • รายการสินค้าหรือบริการ จำนวน ราคาต่อหน่วย และยอดรวม
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มแยกบรรทัด ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
  • เลขที่ใบสั่งซื้อหรือเลขที่สัญญาของลูกค้า ถ้ามี — ในทางปฏิบัติ ระบบจัดซื้อของบริษัทใหญ่จับคู่เอกสารด้วยเลขนี้ ไม่มีเลขก็ไม่มีการจ่าย
  • ช่องทางรับเงิน ชื่อบัญชี เลขบัญชี และชื่อธนาคาร

ทำไมลูกค้าจ่ายไม่ครบตามยอดในใบ

ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และสิ่งที่คุณขายเป็นบริการหรือค่าจ้างทำของ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายก่อนโอนเงินให้คุณ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 กำหนดอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับค่าจ้างทำของ และข้อ 12/1 กำหนดอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับการให้บริการอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต

เงินที่หายไปไม่ได้หายไปไหน ลูกค้านำส่งกรมสรรพากรแทนคุณ และมาตรา 50 ทวิ(1) กำหนดให้ผู้หักออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้คุณในทันทีทุกครั้งที่มีการหัก ซึ่งคุณนำไปใช้เป็นเครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้ของตัวเอง เก็บใบนี้ไว้ให้ครบ อย่าปล่อยหาย

อัตราและฐานที่ใช้คำนวณต่างกันไปตามประเภทเงินได้และประเภทของผู้รับ การขายสินค้าตามปกติไม่ได้ถูกหักในลักษณะเดียวกับค่าบริการ ถ้าคุณขายทั้งของและบริการในใบเดียวกัน ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีว่าต้องแยกบรรทัดอย่างไร BIZLOOM เป็นเครื่องมือจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี

ต่างจากใบกำกับภาษีและใบวางบิลอย่างไร

หัวข้อใบแจ้งหนี้ใบกำกับภาษีใบวางบิล
หน้าที่แจ้งยอดที่ต้องชำระแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บรวมหลายใบแจ้งหนี้ไปวางรอบเดียว
ฐานกฎหมายไม่มีรูปแบบตามกฎหมายมาตรา 86/4ไม่มีรูปแบบตามกฎหมาย
ใครออกได้ใครก็ได้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้นใครก็ได้
กระทบวันนำส่ง VATไม่กระทบกระทบ ดูมาตรา 78 และ 78/1ไม่กระทบ

ออกใบแจ้งหนี้ด้วย BIZLOOM

กรอกลงบนแผ่นเอกสารตรง ๆ พร้อมช่องวันครบกำหนดชำระที่เป็นวันที่จริง แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF ได้ทันที ใช้ได้เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ไม่มีค่าใช้จ่าย

เข้าสู่ระบบเพื่อออกใบแจ้งหนี้

คำถามที่พบบ่อย

ใบแจ้งหนี้กับใบกำกับภาษี ต่างกันอย่างไร
ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารตามประมวลรัษฎากร มีรายการบังคับตามมาตรา 86/4 และออกได้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนใบแจ้งหนี้เป็นเอกสารทางการค้าที่ใช้แจ้งยอดที่ลูกค้าต้องชำระ ประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดรูปแบบไว้ และกล่าวถึงในฐานะเอกสารทางการค้าอื่น เช่นในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) ข้อ 1
ออกใบแจ้งหนี้แล้ว ต้องออกใบกำกับภาษีด้วยไหม
ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น ตามมาตรา 86 ซึ่งสำหรับการขายสินค้าคือเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ได้รับชำระราคา หรือได้ออกใบกำกับภาษีก่อน (มาตรา 78(1)) และสำหรับการให้บริการคือเมื่อได้รับชำระค่าบริการ เว้นแต่ได้ออกใบกำกับภาษี หรือได้ใช้บริการก่อน (มาตรา 78/1(1)) การออกใบแจ้งหนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ความรับผิดเกิดขึ้น
ทำไมลูกค้านิติบุคคลจ่ายน้อยกว่ายอดในใบแจ้งหนี้
เพราะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งจ่ายค่าจ้างทำของ หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 และข้อ 12/1 กำหนดอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับการจ่ายค่าบริการอื่น ๆ โดยไม่รวมค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต คำสั่งนี้ออกตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 ทวิ(1) กำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในกรณีตามมาตรา 3 เตรส ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี
ควรให้เครดิตกี่วัน
ไม่มีกฎหมายกำหนดจำนวนวัน ในทางปฏิบัติของการค้าไทย เครดิต 30 ถึง 60 วันเป็นช่วงที่พบบ่อยสำหรับลูกค้านิติบุคคล และตัวเลขที่ตกลงกันควรอยู่ในใบเสนอราคาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาโผล่ครั้งแรกในใบแจ้งหนี้ ระบุเป็นวันที่จริงเสมอ เพราะ 30 วันของคุณกับของฝ่ายบัญชีลูกค้าอาจนับคนละวัน
ใบแจ้งหนี้ต้องมีลายเซ็นหรือตราประทับไหม
ไม่มีข้อกำหนดตามกฎหมายเพราะใบแจ้งหนี้ไม่ใช่เอกสารตามประมวลรัษฎากร ในทางปฏิบัติ ฝ่ายบัญชีบางแห่งขอให้มีลายเซ็นผู้มีอำนาจหรือตราประทับบริษัทเพื่อความมั่นใจ ถ้าลูกค้าของคุณขอ ให้ทำตามที่เขาขอ เพราะเป็นเงื่อนไขของเขา ไม่ใช่ของกฎหมาย