ใบแจ้งหนี้
Invoice
| # | รายการ | จำนวน | ราคา/หน่วย | จำนวนเงิน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เสื้อยืดคอกลม สีขาว | 3 | 290.00 | 870.00 |
| 2 | ถุงผ้าแคนวาส | 2 | 150.00 | 300.00 |
แจ้งยอดที่ลูกค้าต้องชำระ พร้อมกำหนดวันครบชำระ
ใบแจ้งหนี้
Invoice
| # | รายการ | จำนวน | ราคา/หน่วย | จำนวนเงิน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เสื้อยืดคอกลม สีขาว | 3 | 290.00 | 870.00 |
| 2 | ถุงผ้าแคนวาส | 2 | 150.00 | 300.00 |
ใบแจ้งหนี้คือเอกสารที่บอกลูกค้าว่าต้องจ่ายเท่าไร จ่ายให้ใคร และจ่ายภายในวันไหน ออกหลังจากส่งของหรือให้บริการแล้ว แต่ก่อนที่เงินจะเข้า มันเป็นเอกสารทางการค้า ไม่ใช่เอกสารทางภาษี ประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดรูปแบบของใบแจ้งหนี้ไว้ และเอ่ยถึงมันในฐานะ "เอกสารทางการค้าอื่น" เท่านั้น เช่นในข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39)
ข้อดีของการที่มันไม่ใช่เอกสารทางภาษี คือคุณทวงเงินได้โดยไม่กระทบวันที่ต้องนำส่งภาษี ข้อเสียคือไม่มีอะไรบังคับให้ลูกค้าถือว่ามันสำคัญ ความชัดของเนื้อหาจึงเป็นสิ่งเดียวที่ทำงานแทนคุณ
ในทางปฏิบัติ ลำดับที่ใช้กันคือ ใบเสนอราคา แล้วลูกค้าตกลง แล้วส่งของหรือทำงานเสร็จ แล้วออกใบแจ้งหนี้ แล้วรับเงิน แล้วออกใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่าง "งานเสร็จแล้ว" กับ "เงินยังไม่เข้า" ซึ่งเป็นช่วงที่ยาวที่สุดของการขายให้ลูกค้าองค์กร
ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทที่มีรอบวางบิล ใบแจ้งหนี้มักไม่ได้เดินทางไปเดี่ยว ๆ แต่ถูกรวมอยู่ในใบวางบิลอีกทีหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละใบและมีหน้าที่คนละอย่าง
ถ้าคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว อย่ารวมใบแจ้งหนี้กับใบกำกับภาษีเป็นใบเดียวโดยไม่ตั้งใจ เพราะการออกใบกำกับภาษีเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเองได้
กรณีบริการคือกรณีที่เจ็บที่สุด ถ้าคุณพิมพ์คำว่า "ใบกำกับภาษี" ลงบนใบแจ้งหนี้ที่ส่งไปทวงเงินเดือนนี้ แล้วลูกค้าจ่ายอีกสองเดือนถัดไป คุณต้องนำส่งภาษีขายของเดือนที่ออกใบ ไม่ใช่เดือนที่ได้เงิน คุณจ่ายภาษีด้วยเงินที่ยังไม่ได้รับ
ทางเลี่ยงตรงไปตรงมา คือให้ใบแจ้งหนี้เป็นใบแจ้งหนี้ล้วน ๆ พาดหัวว่าใบแจ้งหนี้ ไม่มีคำว่าใบกำกับภาษีอยู่บนกระดาษ แล้วค่อยออกใบกำกับภาษีเมื่อถึงจุดที่กฎหมายกำหนดจริง
เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดรายการ รายการด้านล่างจึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายบัญชีของลูกค้าต้องใช้จริงเพื่อจะตั้งหนี้และจ่ายเงินได้ ขาดข้อไหนก็แปลว่าเอกสารจะถูกวางกองไว้รอถาม
ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และสิ่งที่คุณขายเป็นบริการหรือค่าจ้างทำของ ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายก่อนโอนเงินให้คุณ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 กำหนดอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับค่าจ้างทำของ และข้อ 12/1 กำหนดอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับการให้บริการอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต
เงินที่หายไปไม่ได้หายไปไหน ลูกค้านำส่งกรมสรรพากรแทนคุณ และมาตรา 50 ทวิ(1) กำหนดให้ผู้หักออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้คุณในทันทีทุกครั้งที่มีการหัก ซึ่งคุณนำไปใช้เป็นเครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้ของตัวเอง เก็บใบนี้ไว้ให้ครบ อย่าปล่อยหาย
อัตราและฐานที่ใช้คำนวณต่างกันไปตามประเภทเงินได้และประเภทของผู้รับ การขายสินค้าตามปกติไม่ได้ถูกหักในลักษณะเดียวกับค่าบริการ ถ้าคุณขายทั้งของและบริการในใบเดียวกัน ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีว่าต้องแยกบรรทัดอย่างไร BIZLOOM เป็นเครื่องมือจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี
| หัวข้อ | ใบแจ้งหนี้ | ใบกำกับภาษี | ใบวางบิล |
|---|---|---|---|
| หน้าที่ | แจ้งยอดที่ต้องชำระ | แสดงภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ | รวมหลายใบแจ้งหนี้ไปวางรอบเดียว |
| ฐานกฎหมาย | ไม่มีรูปแบบตามกฎหมาย | มาตรา 86/4 | ไม่มีรูปแบบตามกฎหมาย |
| ใครออกได้ | ใครก็ได้ | ผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้น | ใครก็ได้ |
| กระทบวันนำส่ง VAT | ไม่กระทบ | กระทบ ดูมาตรา 78 และ 78/1 | ไม่กระทบ |
กรอกลงบนแผ่นเอกสารตรง ๆ พร้อมช่องวันครบกำหนดชำระที่เป็นวันที่จริง แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF ได้ทันที ใช้ได้เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ไม่มีค่าใช้จ่าย
เข้าสู่ระบบเพื่อออกใบแจ้งหนี้