รายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน — และเอกสารที่ต้องเปลี่ยนตั้งแต่วันจด
รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องยื่นขอจด VAT ภายใน 30 วันตามมาตรา 85/1 ยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ และตั้งแต่วันจดต้องออกใบกำกับภาษีและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
ปรับปรุงล่าสุด
ถ้ารายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการของคุณเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายรับเกิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1 และตั้งแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน คุณต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และทำรายงานภาษีขายกับรายงานภาษีซื้อ
เรื่องนี้มักเริ่มแบบเดียวกันทุกร้าน ปลายเดือนตุลาคม คุณนั่งรวมยอดโอนเข้าบัญชีร้านตั้งแต่มกราคมเพื่อดูว่าปีนี้ขายได้เท่าไร แล้วตัวเลขออกมา 1,830,000 บาท คำถามแรกที่ขึ้นมาในหัวคือ "ต้องจด VAT แล้วใช่ไหม" คำถามที่สองคือ "สายไปหรือยัง" หน้านี้ตอบทั้งสองข้อ แล้วบอกต่อว่าตั้งแต่วันจดทะเบียน ใบที่คุณส่งให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนไปอย่างไร
ข้อความในหน้านี้อ้างมาตราจากประมวลรัษฎากรและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรตามที่ระบุไว้ท้ายบทความ แต่ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเปลี่ยนภาระของกิจการไปทั้งปี ถ้าคุณมีผู้ทำบัญชี ให้คุยกับเขาก่อนยื่น
รายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องทำอย่างไร
ตัวเลข 1.8 ล้านมาจากสองชั้น มาตรา 81/1 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กิจการที่ "มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา" และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 กำหนดเพดานนั้นไว้ว่า "จะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี" เมื่อรายรับของคุณข้ามเพดานนี้ ข้อยกเว้นก็หมดไป และหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา 85/1 ก็เริ่มนับทันที
คำว่า "ต่อปี" ไม่ได้แปลว่าสิบสองเดือนย้อนหลังนับจากวันนี้ พระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน มาตรา 5 กำหนดความหมายไว้ตรง ๆ
- บุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล — นับตามปีปฏิทิน (มกราคมถึงธันวาคม)
- นิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด — นับตามรอบระยะเวลาบัญชี
- ถ้าเพิ่งเริ่มกิจการกลางปี — เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีปฏิทิน (หรือสิ้นรอบบัญชี สำหรับนิติบุคคล)
ถ้ารายรับของคุณยังไม่ถึงเส้นนี้และคุณแค่อยากรู้ว่าตอนนี้ออกเอกสารอะไรได้บ้าง อ่านคู่มือ "ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ — แต่ออกใบเสร็จรับเงินได้" แทน หน้านี้เขียนสำหรับคนที่ข้ามเส้นแล้ว
จด VAT ภายในกี่วัน นับจากวันไหน
มาตรา 85/1 (1) กำหนดว่าผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินเพดานของกิจการขนาดย่อม "ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม" หน้าสรุปของกรมสรรพากรเองก็เขียนไว้ตรงกันว่า "ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน"
สามสิบวันนับจาก "วันที่รายรับเกิน" ไม่ใช่จากสิ้นปี และไม่ใช่จากวันที่คุณบังเอิญมานั่งรวมยอด ถ้ายอดสะสมข้าม 1.8 ล้านไปตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แต่คุณเพิ่งรวมยอดปลายเดือนตุลาคม เวลาสามสิบวันอาจหมดไปแล้ว ในทางปฏิบัติ ร้านที่ยอดขายปีละล้านกว่าบาทควรรวมยอดสะสมทุกเดือน ไม่ใช่รอปลายปี
มาตรา 85/1 (1) ยังมีกรณี (ข) อีกกรณีหนึ่ง คือถ้ามีการตราพระราชกฤษฎีกาใหม่ที่ลดเพดานของกิจการขนาดย่อมลงต่ำกว่าเดิม ให้นับสามสิบวันจาก "วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ" แทน กรณีนี้ไม่ได้เกิดกับเพดาน 1.8 ล้านที่ใช้อยู่ แต่แปลว่าถ้าวันหนึ่งเพดานถูกลดลง ร้านที่อยู่ระหว่างเพดานเก่ากับเพดานใหม่จะมีหน้าที่จดทะเบียนโดยที่ยอดขายไม่ได้เปลี่ยนเลย
จด VAT ต้องทำอย่างไร ยื่นที่ไหน
หน้าวิธีการจดทะเบียนของกรมสรรพากรระบุว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม "สามารถกระทำได้ 2 ช่องทาง" คือยื่นแบบคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่ www.rd.go.th หรือยื่นแบบคำขอด้วยกระดาษ ณ หน่วยจดทะเบียนที่ตั้งสถานประกอบการ ช่องทางอินเทอร์เน็ตมีฐานรองรับในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 159) ข้อ 1 ซึ่งให้ผู้ประกอบการ "มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (ภ.พ.01) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต"
ตัวบทมาตรา 85 ยังเขียนว่าให้ยื่น "ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่" ซึ่งเป็นถ้อยคำเดิมของกฎหมาย แต่วรรคสี่ของมาตราเดียวกันมอบให้อธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่น และประกาศฉบับที่ 159 ก็ออกโดยอาศัยอำนาจวรรคนั้น ถ้าคุณอ่านเจอคำว่า "ที่ว่าการอำเภอ" ในตัวบท ไม่ได้แปลว่าคุณต้องไปอำเภอ
- เตรียมเอกสารตามประกาศฉบับที่ 159 ข้อ 5 ซึ่งแยกตามประเภทผู้ประกอบการ (บุคคลธรรมดา คณะบุคคล นิติบุคคล) และตามสถานที่ที่ใช้เป็นสถานประกอบการ เช่น ถ้าใช้บ้านของตัวเองหรือของคนอื่น ต้องติดป้ายแสดงชื่อผู้ประกอบการไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย ถ้าเช่า ต้องมีสัญญาเช่า
- ยื่นแบบ ภ.พ.01 ทางเว็บไซต์กรมสรรพากร หรือยื่นด้วยกระดาษที่หน่วยจดทะเบียนในพื้นที่ของสถานประกอบการ — ประกาศข้อ 5 วรรคท้าย ให้เตรียมเอกสารตัวจริงไว้พร้อมแสดงต่อเจ้าพนักงานด้วย
- เจ้าพนักงานตรวจคำขอและข้อเท็จจริง (ประกาศข้อ 6) แล้วออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบ ภ.พ.20 (ประกาศข้อ 7)
- เมื่อได้ ภ.พ.20 แล้ว มาตรา 85/4 ให้แสดงใบทะเบียนไว้ ณ ที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายในสถานประกอบการ
ร้านออนไลน์ที่ใช้คอนโดเป็นที่ตั้งร้าน มีกติกาเฉพาะ ประกาศฉบับที่ 159 ที่แก้โดยฉบับที่ 246 (ใช้บังคับตั้งแต่ 14 กันยายน 2565) ให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ขายของผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้ห้องชุดเพื่ออยู่อาศัยเป็นสถานประกอบการเพียงแห่งเดียว ยื่นคำขอผ่านอินเทอร์เน็ต "ได้วิธีเดียว" ต้องมีใบทะเบียนพาณิชย์สำหรับการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องอัปโหลดเอกสาร และต้องยินยอมให้แพลตฟอร์มที่ใช้ขายเปิดเผยข้อมูลการขายต่อกรมสรรพากร (ข้อ 1 วรรคสอง ข้อ 5 (1) (ก) และข้อ 5/1)
ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม
ได้ มาตรา 81/3 ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึง "(2) กิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1" มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และมาตรา 85/1 (2) ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่ออธิบดี" หน้าของกรมสรรพากรบอกวิธีไว้ว่าให้ยื่นคำขอแจ้งใช้สิทธิ ภ.พ.01.1 พร้อมกับคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกทางนี้คือมันออกยาก มาตรา 81/3 วรรคท้ายเขียนว่าเมื่อจดทะเบียนโดยใช้สิทธินี้แล้ว จะเลิกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ "ต่อเมื่อได้ใช้สิทธิขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/10 (3) และอธิบดีได้สั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว" และมาตรา 85/10 (3) ผูกการถอนไว้กับการเสียภาษีติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎกระทรวงกำหนด ซึ่งตัวบทวางขั้นต่ำไว้ว่า "จะต้องไม่น้อยกว่าสองปี" ส่วนร้านที่จดเพราะรายรับเกินเพดาน มาตรา 85/10 (1) ให้ขอถอนได้เมื่อมูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่าเพดาน "เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปี"
แปลเป็นภาษาร้านค้า: การจดโดยสมัครใจเพื่อให้ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้ารายเดียวได้ คือการรับหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือนไปอย่างน้อยหลายปี ในทางปฏิบัติ ทางนี้คุ้มเมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนิติบุคคลที่ต้องการภาษีซื้อ และคุณเองมีต้นทุนที่มีภาษีซื้ออยู่มาก
จด VAT แล้ว เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันไหน
วันนี้สำคัญที่สุดในหน้านี้ เพราะมันคือเส้นที่แบ่งว่าเอกสารใบไหนคุณออกได้และออกไม่ได้ มาตรา 85 วรรคสี่ ให้ผู้ประกอบการ "เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" สำหรับคำขอที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ประกาศฉบับที่ 159 ข้อ 8 เขียนว่า "ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" เว้นแต่เจ้าพนักงานไม่ออกใบทะเบียนให้เพราะเข้ากรณีต้องห้ามตามข้อ 6 เช่น แสดงรายการเป็นเท็จ หรือไม่มีสถานประกอบการจริง
ประกาศข้อเดียวกันยังให้ใช้คำขอ ภ.พ.01 ที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตและมีเลขที่อ้างอิง "เพื่อใช้เป็นเสมือนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้จนกว่าจะได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)" เก็บหน้าคำขอที่มีเลขอ้างอิงนั้นไว้ให้ดี และเมื่อได้ ภ.พ.20 แล้ว ให้ดูวันที่ที่ระบุไว้ในใบ — ถ้าไม่แน่ใจว่าวันไหนคือวันเริ่ม ให้ถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนออกใบกำกับภาษีใบแรก
จด VAT แล้วต้องออกเอกสารอะไร
ก่อนวันจดทะเบียน คุณยังเป็น "บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน" มาตรา 86/13 ห้ามบุคคลแบบนั้น "ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้" ห้ามทั้งสามอย่าง ไม่ใช่แค่ใบกำกับภาษี แม้คุณจะยื่นคำขอไปแล้วก็ตาม ตั้งแต่วันจดทะเบียน ทุกอย่างกลับด้าน มาตรา 86 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน "จัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น" จากที่เคยห้าม กลายเป็นบังคับ
| ก่อนวันจดทะเบียน | ตั้งแต่วันจดทะเบียน | |
|---|---|---|
| ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ | ออกไม่ได้ (มาตรา 86/13) | ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย (มาตรา 86) |
| ใบเสร็จรับเงิน | ออกได้ตามปกติ (มาตรา 105) | ยังออกได้ และจะรวมเป็นใบเดียวกับใบกำกับภาษีก็ได้ |
| เรียกเก็บ VAT จากลูกค้า | ไม่มีสิทธิ (มาตรา 82/4 ให้สิทธินี้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียน) | ต้องเรียกเก็บเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น (มาตรา 82/4) |
| แบบที่ต้องยื่น | ไม่มีแบบภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน | ภ.พ.30 ทุกเดือนภาษี แม้เดือนนั้นไม่มียอดขาย (มาตรา 83) |
| รายงาน | ไม่มี | รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบถ้าขายสินค้า (มาตรา 87) |
| การเก็บเอกสาร | ต้นขั้วใบรับ 5 ปี (มาตรา 105 ทวิ) | รายงาน ใบกำกับภาษี สำเนา และเอกสารประกอบ ไม่น้อยกว่า 5 ปี (มาตรา 87/3) |
หน้าที่ประจำเดือนที่เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน
- ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเป็นรายเดือนภาษี "ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม" (มาตรา 83 วรรคหนึ่ง) แบบที่ใช้คือ ภ.พ.30 แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ยื่นและชำระ "ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น" (มาตรา 83 วรรคสอง) ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต ให้ดูกำหนดเวลาที่ระบบยื่นแบบของกรมสรรพากรแสดงไว้ในเดือนนั้น
- ภาษีที่ต้องชำระคิดจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือน ถ้าภาษีซื้อมากกว่า ส่วนต่างเป็นเครดิตภาษี (มาตรา 82/3)
- ลงรายการในรายงานภาษีขายและภาษีซื้อ "ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น" (มาตรา 87 วรรคสี่)
- แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในที่ที่เห็นได้ง่ายในร้าน (มาตรา 85/4)
เรื่องราคาขาย มาตรา 82/4 วรรคสองเขียนไว้ว่ากฎหมาย "มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดงราคาสินค้า...ในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว" คุณจะคงป้ายราคาเดิมแล้วถือว่ารวม VAT แล้วก็ได้ หรือจะบวก VAT เพิ่มจากราคาเดิมก็ได้ แต่สองทางนี้ให้กำไรต่างกันมาก ลองคำนวณทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจ วิธีถอดและบวก VAT อยู่ในคู่มือการคำนวณ VAT
ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
Receipt & Tax Invoice
| # | รายการ | จำนวน | ราคา/หน่วย | จำนวนเงิน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เสื้อยืดคอกลม สีขาว | 3 | 290.00 | 870.00 |
| 2 | ถุงผ้าแคนวาส | 2 | 150.00 | 300.00 |
ช่วงอันตรายที่สุดคือระหว่าง "วันที่รายรับเกิน" กับ "วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน" ช่วงนั้นคุณมีหน้าที่ต้องจดแล้ว แต่ยังไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ถ้าออกไป มาตรา 86/13 ให้รับผิดในภาษีตามจำนวนที่ปรากฏในใบนั้น "เสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน" และมาตรา 89 (6) ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบ ในช่วงนี้ให้ออกใบเสร็จรับเงินไปก่อน
หน้านี้ไม่ได้ตอบว่าการขายที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อนั้นต้องจัดการภาษีย้อนหลังอย่างไร เพราะยังไม่พบตัวบทที่พูดเรื่องนี้ตรง ๆ ถ้าคุณจดทะเบียนช้ากว่ากำหนด ให้ถามผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนยื่นแบบเดือนแรก
รายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT จะเป็นอย่างไร
มาตรา 89 (1) ให้ผู้ที่ "ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1" เสียเบี้ยปรับ "อีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า" คำว่า "อีก" ในตัวบทหมายถึงเบี้ยปรับนี้มาเพิ่มจากตัวภาษี และถ้าชำระภาษีไม่ครบภายในกำหนด มาตรา 89/1 ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน
หน้าที่หลังจดทะเบียนก็มีบทของมันเอง มาตรา 89 (2) ให้เสียเบี้ยปรับสองเท่าของภาษีในเดือนที่ไม่ได้ยื่นแบบภายในกำหนด และมาตรา 90 (2) กำหนดโทษปรับไม่เกินสองพันบาทสำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ไม่ยื่นแบบตามมาตรา 83 ประเด็นไม่ใช่ให้กลัว แต่คือทุกเดือนที่ปล่อยไว้ ตัวเลขเดินต่อ ยิ่งรู้ตัวเร็ว ยิ่งถูก
สรุปสั้นที่สุดสำหรับคนที่เลื่อนมาถึงตรงนี้: รวมยอดขายสะสมทุกเดือน เมื่อเกิน 1.8 ล้านให้ยื่น ภ.พ.01 ภายในสามสิบวัน ยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ ระหว่างรอให้ออกใบเสร็จรับเงิน และเริ่มออกใบกำกับภาษีตั้งแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้น
จดทะเบียนแล้ว เริ่มออกใบกำกับภาษีใบแรก
ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีบน BIZLOOM แยกยอด VAT และตรวจรายการตามมาตรา 86/4 ให้ ใช้ได้เมื่อเข้าสู่ระบบ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องผูกบัตร และทำบนมือถือได้
ดูใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีคำถามที่พบบ่อย
รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT ภายในกี่วัน
รายได้ 1.8 ล้านต่อปี นับอย่างไร นับปีปฏิทินหรือ 12 เดือน
จด VAT ต้องทำอย่างไร ยื่นออนไลน์ได้ไหม
รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม
จด VAT แล้ว เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันไหน
ยื่นขอจด VAT แล้วแต่ยังไม่ถึงวันจดทะเบียน ออกใบกำกับภาษีได้ไหม
จด VAT แล้วต้องออกเอกสารและยื่นแบบอะไรบ้าง
รายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT มีโทษอะไร
แหล่งอ้างอิง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 85–86/14 (มาตรา 85, 85/1, 85/4, 85/10, 86, 86/13)
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 80–82/18 (มาตรา 81/1, 81/3, 82/3, 82/4)
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 83–84 (มาตรา 83, 83/1)
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 87–90/5 (มาตรา 87, 87/3, 89, 89/1, 90)
- พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 — มูลค่าฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม (มาตรา 4, 5)
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 159) — การยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านอินเทอร์เน็ต และการออกใบทะเบียน
- กรมสรรพากร — ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และกำหนดเวลาการจดทะเบียน
- กรมสรรพากร — วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร — ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้น แต่มีสิทธิขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร — ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร — แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)
หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข้อไหน โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณ