ข้ามไปที่เนื้อหา
BIZLOOM

รายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน — และเอกสารที่ต้องเปลี่ยนตั้งแต่วันจด

รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องยื่นขอจด VAT ภายใน 30 วันตามมาตรา 85/1 ยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ และตั้งแต่วันจดต้องออกใบกำกับภาษีและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

ปรับปรุงล่าสุด

ถ้ารายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการของคุณเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี คุณต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายรับเกิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1 และตั้งแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน คุณต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และทำรายงานภาษีขายกับรายงานภาษีซื้อ

เรื่องนี้มักเริ่มแบบเดียวกันทุกร้าน ปลายเดือนตุลาคม คุณนั่งรวมยอดโอนเข้าบัญชีร้านตั้งแต่มกราคมเพื่อดูว่าปีนี้ขายได้เท่าไร แล้วตัวเลขออกมา 1,830,000 บาท คำถามแรกที่ขึ้นมาในหัวคือ "ต้องจด VAT แล้วใช่ไหม" คำถามที่สองคือ "สายไปหรือยัง" หน้านี้ตอบทั้งสองข้อ แล้วบอกต่อว่าตั้งแต่วันจดทะเบียน ใบที่คุณส่งให้ลูกค้าต้องเปลี่ยนไปอย่างไร

ข้อความในหน้านี้อ้างมาตราจากประมวลรัษฎากรและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรตามที่ระบุไว้ท้ายบทความ แต่ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเปลี่ยนภาระของกิจการไปทั้งปี ถ้าคุณมีผู้ทำบัญชี ให้คุยกับเขาก่อนยื่น

รายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องทำอย่างไร

ตัวเลข 1.8 ล้านมาจากสองชั้น มาตรา 81/1 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กิจการที่ "มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา" และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 กำหนดเพดานนั้นไว้ว่า "จะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี" เมื่อรายรับของคุณข้ามเพดานนี้ ข้อยกเว้นก็หมดไป และหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา 85/1 ก็เริ่มนับทันที

คำว่า "ต่อปี" ไม่ได้แปลว่าสิบสองเดือนย้อนหลังนับจากวันนี้ พระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน มาตรา 5 กำหนดความหมายไว้ตรง ๆ

  • บุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล — นับตามปีปฏิทิน (มกราคมถึงธันวาคม)
  • นิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด — นับตามรอบระยะเวลาบัญชี
  • ถ้าเพิ่งเริ่มกิจการกลางปี — เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีปฏิทิน (หรือสิ้นรอบบัญชี สำหรับนิติบุคคล)

ถ้ารายรับของคุณยังไม่ถึงเส้นนี้และคุณแค่อยากรู้ว่าตอนนี้ออกเอกสารอะไรได้บ้าง อ่านคู่มือ "ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ — แต่ออกใบเสร็จรับเงินได้" แทน หน้านี้เขียนสำหรับคนที่ข้ามเส้นแล้ว

จด VAT ภายในกี่วัน นับจากวันไหน

มาตรา 85/1 (1) กำหนดว่าผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินเพดานของกิจการขนาดย่อม "ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม" หน้าสรุปของกรมสรรพากรเองก็เขียนไว้ตรงกันว่า "ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน"

สามสิบวันนับจาก "วันที่รายรับเกิน" ไม่ใช่จากสิ้นปี และไม่ใช่จากวันที่คุณบังเอิญมานั่งรวมยอด ถ้ายอดสะสมข้าม 1.8 ล้านไปตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แต่คุณเพิ่งรวมยอดปลายเดือนตุลาคม เวลาสามสิบวันอาจหมดไปแล้ว ในทางปฏิบัติ ร้านที่ยอดขายปีละล้านกว่าบาทควรรวมยอดสะสมทุกเดือน ไม่ใช่รอปลายปี

มาตรา 85/1 (1) ยังมีกรณี (ข) อีกกรณีหนึ่ง คือถ้ามีการตราพระราชกฤษฎีกาใหม่ที่ลดเพดานของกิจการขนาดย่อมลงต่ำกว่าเดิม ให้นับสามสิบวันจาก "วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ" แทน กรณีนี้ไม่ได้เกิดกับเพดาน 1.8 ล้านที่ใช้อยู่ แต่แปลว่าถ้าวันหนึ่งเพดานถูกลดลง ร้านที่อยู่ระหว่างเพดานเก่ากับเพดานใหม่จะมีหน้าที่จดทะเบียนโดยที่ยอดขายไม่ได้เปลี่ยนเลย

จด VAT ต้องทำอย่างไร ยื่นที่ไหน

หน้าวิธีการจดทะเบียนของกรมสรรพากรระบุว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม "สามารถกระทำได้ 2 ช่องทาง" คือยื่นแบบคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่ www.rd.go.th หรือยื่นแบบคำขอด้วยกระดาษ ณ หน่วยจดทะเบียนที่ตั้งสถานประกอบการ ช่องทางอินเทอร์เน็ตมีฐานรองรับในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 159) ข้อ 1 ซึ่งให้ผู้ประกอบการ "มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (ภ.พ.01) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต"

ตัวบทมาตรา 85 ยังเขียนว่าให้ยื่น "ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่" ซึ่งเป็นถ้อยคำเดิมของกฎหมาย แต่วรรคสี่ของมาตราเดียวกันมอบให้อธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่น และประกาศฉบับที่ 159 ก็ออกโดยอาศัยอำนาจวรรคนั้น ถ้าคุณอ่านเจอคำว่า "ที่ว่าการอำเภอ" ในตัวบท ไม่ได้แปลว่าคุณต้องไปอำเภอ

  1. เตรียมเอกสารตามประกาศฉบับที่ 159 ข้อ 5 ซึ่งแยกตามประเภทผู้ประกอบการ (บุคคลธรรมดา คณะบุคคล นิติบุคคล) และตามสถานที่ที่ใช้เป็นสถานประกอบการ เช่น ถ้าใช้บ้านของตัวเองหรือของคนอื่น ต้องติดป้ายแสดงชื่อผู้ประกอบการไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย ถ้าเช่า ต้องมีสัญญาเช่า
  2. ยื่นแบบ ภ.พ.01 ทางเว็บไซต์กรมสรรพากร หรือยื่นด้วยกระดาษที่หน่วยจดทะเบียนในพื้นที่ของสถานประกอบการ — ประกาศข้อ 5 วรรคท้าย ให้เตรียมเอกสารตัวจริงไว้พร้อมแสดงต่อเจ้าพนักงานด้วย
  3. เจ้าพนักงานตรวจคำขอและข้อเท็จจริง (ประกาศข้อ 6) แล้วออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบ ภ.พ.20 (ประกาศข้อ 7)
  4. เมื่อได้ ภ.พ.20 แล้ว มาตรา 85/4 ให้แสดงใบทะเบียนไว้ ณ ที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายในสถานประกอบการ

ร้านออนไลน์ที่ใช้คอนโดเป็นที่ตั้งร้าน มีกติกาเฉพาะ ประกาศฉบับที่ 159 ที่แก้โดยฉบับที่ 246 (ใช้บังคับตั้งแต่ 14 กันยายน 2565) ให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ขายของผ่านอินเทอร์เน็ตโดยใช้ห้องชุดเพื่ออยู่อาศัยเป็นสถานประกอบการเพียงแห่งเดียว ยื่นคำขอผ่านอินเทอร์เน็ต "ได้วิธีเดียว" ต้องมีใบทะเบียนพาณิชย์สำหรับการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องอัปโหลดเอกสาร และต้องยินยอมให้แพลตฟอร์มที่ใช้ขายเปิดเผยข้อมูลการขายต่อกรมสรรพากร (ข้อ 1 วรรคสอง ข้อ 5 (1) (ก) และข้อ 5/1)

ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม

ได้ มาตรา 81/3 ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึง "(2) กิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1" มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และมาตรา 85/1 (2) ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่ออธิบดี" หน้าของกรมสรรพากรบอกวิธีไว้ว่าให้ยื่นคำขอแจ้งใช้สิทธิ ภ.พ.01.1 พร้อมกับคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกทางนี้คือมันออกยาก มาตรา 81/3 วรรคท้ายเขียนว่าเมื่อจดทะเบียนโดยใช้สิทธินี้แล้ว จะเลิกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ "ต่อเมื่อได้ใช้สิทธิขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/10 (3) และอธิบดีได้สั่งถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว" และมาตรา 85/10 (3) ผูกการถอนไว้กับการเสียภาษีติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎกระทรวงกำหนด ซึ่งตัวบทวางขั้นต่ำไว้ว่า "จะต้องไม่น้อยกว่าสองปี" ส่วนร้านที่จดเพราะรายรับเกินเพดาน มาตรา 85/10 (1) ให้ขอถอนได้เมื่อมูลค่าของฐานภาษีต่ำกว่าเพดาน "เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปี"

แปลเป็นภาษาร้านค้า: การจดโดยสมัครใจเพื่อให้ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้ารายเดียวได้ คือการรับหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือนไปอย่างน้อยหลายปี ในทางปฏิบัติ ทางนี้คุ้มเมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนิติบุคคลที่ต้องการภาษีซื้อ และคุณเองมีต้นทุนที่มีภาษีซื้ออยู่มาก

จด VAT แล้ว เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันไหน

วันนี้สำคัญที่สุดในหน้านี้ เพราะมันคือเส้นที่แบ่งว่าเอกสารใบไหนคุณออกได้และออกไม่ได้ มาตรา 85 วรรคสี่ ให้ผู้ประกอบการ "เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" สำหรับคำขอที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ประกาศฉบับที่ 159 ข้อ 8 เขียนว่า "ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" เว้นแต่เจ้าพนักงานไม่ออกใบทะเบียนให้เพราะเข้ากรณีต้องห้ามตามข้อ 6 เช่น แสดงรายการเป็นเท็จ หรือไม่มีสถานประกอบการจริง

ประกาศข้อเดียวกันยังให้ใช้คำขอ ภ.พ.01 ที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตและมีเลขที่อ้างอิง "เพื่อใช้เป็นเสมือนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้จนกว่าจะได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)" เก็บหน้าคำขอที่มีเลขอ้างอิงนั้นไว้ให้ดี และเมื่อได้ ภ.พ.20 แล้ว ให้ดูวันที่ที่ระบุไว้ในใบ — ถ้าไม่แน่ใจว่าวันไหนคือวันเริ่ม ให้ถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนออกใบกำกับภาษีใบแรก

จด VAT แล้วต้องออกเอกสารอะไร

ก่อนวันจดทะเบียน คุณยังเป็น "บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน" มาตรา 86/13 ห้ามบุคคลแบบนั้น "ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้" ห้ามทั้งสามอย่าง ไม่ใช่แค่ใบกำกับภาษี แม้คุณจะยื่นคำขอไปแล้วก็ตาม ตั้งแต่วันจดทะเบียน ทุกอย่างกลับด้าน มาตรา 86 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน "จัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น" จากที่เคยห้าม กลายเป็นบังคับ

ก่อนวันจดทะเบียนตั้งแต่วันจดทะเบียน
ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ออกไม่ได้ (มาตรา 86/13)ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย (มาตรา 86)
ใบเสร็จรับเงินออกได้ตามปกติ (มาตรา 105)ยังออกได้ และจะรวมเป็นใบเดียวกับใบกำกับภาษีก็ได้
เรียกเก็บ VAT จากลูกค้าไม่มีสิทธิ (มาตรา 82/4 ให้สิทธินี้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียน)ต้องเรียกเก็บเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น (มาตรา 82/4)
แบบที่ต้องยื่นไม่มีแบบภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนภ.พ.30 ทุกเดือนภาษี แม้เดือนนั้นไม่มียอดขาย (มาตรา 83)
รายงานไม่มีรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบถ้าขายสินค้า (มาตรา 87)
การเก็บเอกสารต้นขั้วใบรับ 5 ปี (มาตรา 105 ทวิ)รายงาน ใบกำกับภาษี สำเนา และเอกสารประกอบ ไม่น้อยกว่า 5 ปี (มาตรา 87/3)

หน้าที่ประจำเดือนที่เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียน

  • ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเป็นรายเดือนภาษี "ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม" (มาตรา 83 วรรคหนึ่ง) แบบที่ใช้คือ ภ.พ.30 แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ยื่นและชำระ "ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น" (มาตรา 83 วรรคสอง) ถ้ายื่นทางอินเทอร์เน็ต ให้ดูกำหนดเวลาที่ระบบยื่นแบบของกรมสรรพากรแสดงไว้ในเดือนนั้น
  • ภาษีที่ต้องชำระคิดจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือน ถ้าภาษีซื้อมากกว่า ส่วนต่างเป็นเครดิตภาษี (มาตรา 82/3)
  • ลงรายการในรายงานภาษีขายและภาษีซื้อ "ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น" (มาตรา 87 วรรคสี่)
  • แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในที่ที่เห็นได้ง่ายในร้าน (มาตรา 85/4)

เรื่องราคาขาย มาตรา 82/4 วรรคสองเขียนไว้ว่ากฎหมาย "มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดงราคาสินค้า...ในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว" คุณจะคงป้ายราคาเดิมแล้วถือว่ารวม VAT แล้วก็ได้ หรือจะบวก VAT เพิ่มจากราคาเดิมก็ได้ แต่สองทางนี้ให้กำไรต่างกันมาก ลองคำนวณทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจ วิธีถอดและบวก VAT อยู่ในคู่มือการคำนวณ VAT

ร้านมินิมอลช็อป
99/1 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105512345671
สำนักงานใหญ่ · โทร 081-234-5678

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี

Receipt & Tax Invoice

เลขที่ RT-2569-0001
วันที่ 31 ก.ค. 2569
ลูกค้า
บริษัท เอบีซี จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอบีซี ถ.พระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0107536000129 · สำนักงานใหญ่
#รายการจำนวนราคา/หน่วยจำนวนเงิน
1เสื้อยืดคอกลม สีขาว3290.00870.00
2ถุงผ้าแคนวาส2150.00300.00
ผู้รับเงิน
ผู้มีอำนาจลงนาม
สร้างด้วยBIZLOOMออกเอกสารฟรีที่ bizloom.app
ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี — เอกสารที่ร้านเริ่มออกได้ตั้งแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ไม่ใช่วันที่ยอดขายเกิน 1.8 ล้าน

ช่วงอันตรายที่สุดคือระหว่าง "วันที่รายรับเกิน" กับ "วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน" ช่วงนั้นคุณมีหน้าที่ต้องจดแล้ว แต่ยังไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ถ้าออกไป มาตรา 86/13 ให้รับผิดในภาษีตามจำนวนที่ปรากฏในใบนั้น "เสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน" และมาตรา 89 (6) ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบ ในช่วงนี้ให้ออกใบเสร็จรับเงินไปก่อน

หน้านี้ไม่ได้ตอบว่าการขายที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อนั้นต้องจัดการภาษีย้อนหลังอย่างไร เพราะยังไม่พบตัวบทที่พูดเรื่องนี้ตรง ๆ ถ้าคุณจดทะเบียนช้ากว่ากำหนด ให้ถามผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ก่อนยื่นแบบเดือนแรก

รายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT จะเป็นอย่างไร

มาตรา 89 (1) ให้ผู้ที่ "ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1" เสียเบี้ยปรับ "อีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า" คำว่า "อีก" ในตัวบทหมายถึงเบี้ยปรับนี้มาเพิ่มจากตัวภาษี และถ้าชำระภาษีไม่ครบภายในกำหนด มาตรา 89/1 ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน

หน้าที่หลังจดทะเบียนก็มีบทของมันเอง มาตรา 89 (2) ให้เสียเบี้ยปรับสองเท่าของภาษีในเดือนที่ไม่ได้ยื่นแบบภายในกำหนด และมาตรา 90 (2) กำหนดโทษปรับไม่เกินสองพันบาทสำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ไม่ยื่นแบบตามมาตรา 83 ประเด็นไม่ใช่ให้กลัว แต่คือทุกเดือนที่ปล่อยไว้ ตัวเลขเดินต่อ ยิ่งรู้ตัวเร็ว ยิ่งถูก

สรุปสั้นที่สุดสำหรับคนที่เลื่อนมาถึงตรงนี้: รวมยอดขายสะสมทุกเดือน เมื่อเกิน 1.8 ล้านให้ยื่น ภ.พ.01 ภายในสามสิบวัน ยื่นทางอินเทอร์เน็ตได้ ระหว่างรอให้ออกใบเสร็จรับเงิน และเริ่มออกใบกำกับภาษีตั้งแต่วันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้น

จดทะเบียนแล้ว เริ่มออกใบกำกับภาษีใบแรก

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีบน BIZLOOM แยกยอด VAT และตรวจรายการตามมาตรา 86/4 ให้ ใช้ได้เมื่อเข้าสู่ระบบ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องผูกบัตร และทำบนมือถือได้

ดูใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี

คำถามที่พบบ่อย

รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT ภายในกี่วัน
ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษี (รายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ) เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1 (1) (ก) เพดานนั้นคือหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปีตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 สามสิบวันนับจากวันที่รายรับเกิน ไม่ใช่จากสิ้นปี
รายได้ 1.8 ล้านต่อปี นับอย่างไร นับปีปฏิทินหรือ 12 เดือน
พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 มาตรา 5 กำหนดว่า สำหรับบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้นับตามปีปฏิทิน สำหรับนิติบุคคลให้นับตามรอบระยะเวลาบัญชี และถ้าเพิ่งเริ่มประกอบกิจการ ให้นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีปฏิทินหรือวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี
จด VAT ต้องทำอย่างไร ยื่นออนไลน์ได้ไหม
ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.01 ได้สองช่องทาง คือผ่านอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือยื่นด้วยกระดาษที่หน่วยจดทะเบียนในพื้นที่ของสถานประกอบการ การยื่นทางอินเทอร์เน็ตมีฐานตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 159) ข้อ 1 เมื่อตรวจแล้วเจ้าพนักงานจะออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบ ภ.พ.20
รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม
ได้ มาตรา 81/3 ให้กิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และมาตรา 85/1 (2) ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้ง แต่เมื่อจดแล้วจะเลิกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ต่อเมื่อขอถอนทะเบียนตามมาตรา 85/10 (3) และอธิบดีสั่งถอนแล้ว ซึ่งต้องเสียภาษีติดต่อกันตามระยะเวลาที่กฎกระทรวงกำหนด โดยตัวบทวางขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่าสองปี
จด VAT แล้ว เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันไหน
ประมวลรัษฎากร มาตรา 85 วรรคสี่ ให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ระบุไว้ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับคำขอที่ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 159) ข้อ 8 ให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ยื่นคำขอ เว้นแต่เจ้าพนักงานไม่ออกใบทะเบียนให้เพราะเข้ากรณีต้องห้ามตามข้อ 6 และให้ใช้คำขอ ภ.พ.01 ที่มีเลขที่อ้างอิงเป็นเสมือนใบทะเบียนได้จนกว่าจะได้รับ ภ.พ.20
ยื่นขอจด VAT แล้วแต่ยังไม่ถึงวันจดทะเบียน ออกใบกำกับภาษีได้ไหม
ไม่ได้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/13 ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ และผู้ที่ออกโดยไม่มีสิทธิต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในเอกสารนั้นเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ก่อนวันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนให้ออกใบเสร็จรับเงินแทน
จด VAT แล้วต้องออกเอกสารและยื่นแบบอะไรบ้าง
มาตรา 86 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น มาตรา 83 ให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเป็นรายเดือนภาษีไม่ว่าเดือนนั้นจะมียอดขายหรือไม่ ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น และมาตรา 87 ให้จัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบสำหรับผู้ที่ขายสินค้า
รายได้เกิน 1.8 ล้านแล้วไม่จด VAT มีโทษอะไร
มาตรา 89 (1) ให้ผู้ที่ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม หรือเดือนภาษีละหนึ่งพันบาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า และถ้าชำระภาษีไม่ครบภายในกำหนด มาตรา 89/1 ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน

แหล่งอ้างอิง

หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข้อไหน โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณ