ข้ามไปที่เนื้อหา
BIZLOOM

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ใส่อะไร ของใคร บนเอกสารใบไหน

บุคคลธรรมดาใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก บริษัทใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ต้องใส่เลขของใคร และสำนักงานใหญ่ 00000 ใส่ยังไง

ปรับปรุงล่าสุด

เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรคือเลขที่ใช้ระบุตัวคุณในทุกเรื่องตามประมวลรัษฎากร ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักบนบัตรของคุณได้เลยโดยไม่ต้องไปขอเลขใหม่ ถ้าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ภาพที่เจอบ่อยคือ ลูกค้าขอใบเสร็จ คุณเปิดแบบฟอร์มขึ้นมาแล้วมาหยุดที่ช่อง “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี” ไม่เคยไปสรรพากร ไม่เคยมีบัตรผู้เสียภาษี แล้วจะเอาเลขอะไรใส่ ช่องถัดไปเขียนว่า “สาขา” อีก ร้านมีที่เดียวจะใส่อะไร หน้านี้ตอบทีละช่อง

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี คืออะไร มาจากไหน

ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เอกาทศ ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรและผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้ “มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร” ตัวเลขนั้นจะมาจากไหนจึงอยู่ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่ออกตามมาตรานี้ ไม่ได้อยู่ในตัวมาตราเอง

ประกาศฉบับที่ใช้อยู่คือ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 3 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 คำชี้แจงของกรมสรรพากรลงวันที่ 16 มีนาคม 2555 อธิบายว่าเลขประจำตัวประชาชน เลขทะเบียนนิติบุคคล และเลขที่กรมสรรพากรออกให้ในปัจจุบัน เป็นเลข 13 หลักทั้งหมด ต่างจากเลขผู้เสียภาษีแบบเดิมที่มี 10 หลัก

ถ้าเจอบิลหรือตรายางเก่าที่มีเลขผู้เสียภาษีแค่ 10 หลัก นั่นคือเลขระบบเดิมก่อนการเปลี่ยนในปี 2555 ในทางปฏิบัติให้ถามเลข 13 หลักปัจจุบันจากเจ้าของเลข อย่าเติมเลขเองให้ครบ

บุคคลธรรมดา ใช้เลขบัตรประชาชนเป็นเลขผู้เสียภาษีได้ไหม

ได้ ประกาศฉบับข้างบน ข้อ 2 (1) วรรคห้า เขียนว่า กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีและใช้เลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร “ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชนนั้นในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร”

คำสำคัญคือ “ในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร” ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การยื่นแบบภาษีเงินได้ การออกใบรับตามมาตรา 105 ทวิ ก็เป็นหน้าที่ตามประมวลรัษฎากร พ่อค้าแม่ค้าที่ขายในนามตัวเองจึงเอาเลข 13 หลักบนบัตรประชาชนมาใส่ในช่องเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของใบเสร็จได้ตรง ๆ

ข้อยกเว้นคือคนที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายทะเบียนราษฎร เช่น คนต่างด้าว และผู้เสียภาษีที่ไม่ใช่ “คน” หนึ่งคน อย่างห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล ประกาศข้อ 2 (1) วรรคหนึ่ง ยังให้กลุ่มนี้ยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรกับกรมสรรพากร ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีเงินได้พึงประเมิน

บริษัท ห้างหุ้นส่วน ใช้เลขผู้เสียภาษีเลขอะไร

ประกาศฉบับเดียวกัน ข้อ 2 (2) วรรคสอง กำหนดว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีและใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า “ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลนั้นในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร” โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอเลขใหม่ เลขผู้เสียภาษีของบริษัทจึงเป็นเลขเดียวกับเลขทะเบียนนิติบุคคล

ถ้าคุณต้องใส่เลขของลูกค้าที่เป็นบริษัท ในทางปฏิบัติวิธีที่พลาดน้อยที่สุดคือขอให้ลูกค้าส่งข้อมูลมาเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือส่งข้อความที่มีชื่อ ที่อยู่ เลข และสาขาครบในข้อความเดียว แล้วคัดลอกไปวาง อย่าจดตามเสียงโทรศัพท์ เลข 13 หลักที่สลับกันสองตัวดูไม่ออกด้วยตา

ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ต้องใส่เลขผู้เสียภาษีของใคร

คำตอบต่างกันตามชนิดเอกสาร และจุดที่คนสับสนมากที่สุดคือเลขของ “ผู้ซื้อ” ตารางนี้สรุปจากตัวบทที่อ้างไว้ในคอลัมน์ขวา

เอกสารเลขของผู้ขายเลขของผู้ซื้อสำนักงานใหญ่/สาขาตัวบท
ใบเสร็จรับเงิน (ใบรับ)ต้องมีไม่อยู่ในรายการบังคับไม่อยู่ในรายการบังคับม.105 ทวิ (1)
ใบกำกับภาษีเต็มรูป (รวมใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี)ต้องมีต้องมี เฉพาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VATของผู้ขาย: ต้องมี · ของผู้ซื้อ: เฉพาะเมื่อผู้ซื้อจด VATม.86/4 (2), (8) + ประกาศอธิบดีฯ VAT (ฉบับที่ 39) ข้อ 7, 8, 9
ใบกำกับภาษีอย่างย่อต้องมีไม่อยู่ในรายการของ ม.86/6ข้อ 8 ของประกาศฉบับที่ 39 ผูกกับใบกำกับภาษีตาม ม.86/4 — ส่วนประกาศที่ออกตาม ม.86/6 หน้านี้ยังไม่ได้ตรวจม.86/6 วรรคสาม (2)
ใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล ใบเสนอราคาในทางปฏิบัติใส่ไว้ในทางปฏิบัติใส่ถ้าลูกค้าขอไม่พบรายการบังคับไม่พบรายการบังคับในประมวลรัษฎากร

บนใบเสร็จรับเงิน มาตรา 105 ทวิ (1) บังคับ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ” คือเลขของคนรับเงินเท่านั้น รายการหกข้อของมาตรานี้ไม่มีเลขของผู้จ่ายเงินเลย แม้กรณีผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายส่งที่ขายให้คนทำการค้าประเภทเดียวกัน ตัวบทก็เพิ่มแค่ชื่อหรือยี่ห้อและที่อยู่ของผู้ซื้อ รายการที่เหลือบนใบเสร็จอธิบายไว้แล้วในหน้า “ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีอะไรบ้าง”

บนใบกำกับภาษีเต็มรูป มาตรา 86/4 (2) บังคับชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี ส่วนบนใบกำกับภาษีอย่างย่อ มาตรา 86/6 วรรคสาม (2) บังคับ “ชื่อหรือชื่อย่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ออก ทั้งสองแบบจึงต้องมีเลขของผู้ขายเสมอ

ใบกำกับภาษี ต้องใส่เลขผู้เสียภาษีของผู้ซื้อไหม

ตัวมาตรา 86/4 (3) เขียนไว้แค่ “ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ” ไม่มีเลขผู้เสียภาษี เลขของผู้ซื้อมาจากมาตรา 86/4 (8) “ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด” ซึ่งอธิบดีกำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) ข้อ 7 ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ “ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน” สำหรับใบกำกับภาษีที่จัดทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558

กรมสรรพากรออกคำชี้แจงลงวันที่ 24 มีนาคม 2558 ย้ำเรื่องนี้ตรง ๆ ว่า ต้องระบุเลขของผู้ซื้อ “เฉพาะกรณีผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น” ถ้าผู้ซื้อไม่ได้จด VAT ผู้ขายไม่จำต้องระบุ และผู้ซื้อที่ไม่ได้จด VAT ก็ไม่จำต้องแจ้งเลขของตัวเองให้ผู้ขาย

คำชี้แจงฉบับเดียวกันยังวางหน้าที่ไว้ที่ฝั่งผู้ซื้อด้วย ผู้ซื้อที่จด VAT ต้องแจ้งเลขและสถานประกอบการของตัวเองตอนซื้อ ถ้าไม่แจ้งแล้วได้ใบกำกับภาษีที่ไม่มีรายการนั้นไป ภาษีซื้อตามใบนั้นเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (2) ส่วนผู้ขายที่ได้แจ้งให้ลูกค้าบอกเลขไว้แล้ว เช่น ติดประกาศที่ร้านหรือเขียนไว้บนเว็บไซต์ แต่ลูกค้าไม่บอก กรมสรรพากรถือว่าผู้ขายไม่ได้มีเจตนาออกใบกำกับภาษีที่รายการไม่ครบ

ผลของใบกำกับภาษีที่ขาดเลขผู้ซื้อตกกับลูกค้าของคุณ ไม่ใช่กับคุณโดยตรง เขาจะรู้ตอนฝ่ายบัญชีเอาไปขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ แล้วส่งกลับมาให้ออกใหม่ ในทางปฏิบัติ ถ้าลูกค้าเป็นบริษัท ให้ถามก่อนออกทุกครั้งว่าจด VAT ไหม และขอเลขกับสาขามาพร้อมกัน

สำนักงานใหญ่ สาขาที่ 00000 ใส่ยังไง

ประกาศฉบับที่ 39 ข้อ 8 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 199) ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนระบุสถานประกอบการที่ออกใบกำกับภาษีตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ไว้ในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 ที่จัดทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 โดยเขียนได้หลายแบบ

  • ออกจากสำนักงานใหญ่ — เขียนคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือคำย่อที่แสดงได้ว่าเป็นสำนักงานใหญ่ เช่น “สนญ” “HO” “HQ” หรือเขียนเป็นเลขศูนย์ห้าหลัก 00000
  • ออกจากสาขา — เขียน “สาขาที่ ..” ตามเลขสาขาใน ภ.พ.20 เช่น สาขาที่ 1 หรือ สาขาที่ 01 หรือคำย่ออย่าง “Branch No. ..” หรือเขียนเป็นเลขห้าหลักตาม ภ.พ.20 เช่น 00001

ข้อ 9 ของประกาศฉบับเดียวกันใช้รูปแบบเดียวกันกับสถานประกอบการของ “ผู้ซื้อ” แต่บังคับเฉพาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทที่มีหลายสาขา ที่อยู่ที่คุณพิมพ์กับสาขาที่ระบุต้องเป็นสาขาเดียวกันตาม ภ.พ.20 ของเขา

ร้านเล็กที่ไม่ได้จด VAT ไม่มี ภ.พ.20 ให้อ้างอิง และรายการบังคับของใบเสร็จตามมาตรา 105 ทวิ ก็ไม่มีช่องสาขา ในทางปฏิบัติจะเว้นว่างไว้ก็ได้ ส่วนในเครื่องมือของเรา ถ้ารหัสสาขาเป็น 00000 เอกสารจะพิมพ์ว่า “สำนักงานใหญ่” ถ้าเป็นเลขอื่นจะพิมพ์ว่า “สาขาที่” ตามด้วยเลขที่กรอก

ตรวจสอบเลขผู้เสียภาษี หรือเช็คว่าบริษัทจด VAT ไหม ได้ที่ไหน

เว็บไซต์กรมสรรพากรมีหน้า “ค้นหารายชื่อผู้ประกอบการ” ซึ่งมีบริการค้นหารายชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และในหน้าบริการข้อมูล VAT Service กรมสรรพากรอธิบายว่าข้อมูลชุดนี้ใช้ตรวจสถานะของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนและมีสิทธิออกใบกำกับภาษี ใช้ได้ทั้งตอนที่คุณจะออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าบริษัท และตอนที่คุณเป็นฝ่ายรับใบกำกับภาษีจากคนอื่น

หน้านี้ตั้งใจไม่เขียนขั้นตอนกดทีละปุ่ม เพราะหน้าจอของระบบราชการเปลี่ยนได้โดยไม่แจ้ง และบริการนี้ค้นได้เฉพาะผู้ที่จด VAT ถ้าไม่เจอชื่อ ไม่ได้แปลว่าเลขนั้นผิด อาจแปลแค่ว่าเขาไม่ได้จด VAT ซึ่งกรณีนั้นคุณก็ไม่จำต้องใส่เลขของเขาบนใบกำกับภาษีอยู่แล้ว

เครื่องมือของเราตรวจอีกชั้นหนึ่งตอนพิมพ์ คือเตือนเมื่อเลขยังไม่ครบ 13 หลัก และเตือนเมื่อครบแล้วแต่หลักสุดท้ายไม่ตรงกับสูตรตรวจสอบ ซึ่งมักเกิดจากพิมพ์เลขสลับตัว ทั้งสองอย่างเป็นคำเตือน ไม่ได้ห้ามดาวน์โหลด และการผ่านการตรวจนี้ไม่ได้แปลว่าเลขนั้นมีตัวตนจริงหรือจด VAT ถ้าคุณคัดลอกมาจากเอกสารของเจ้าของเลขโดยตรง ให้ยึดเอกสารนั้นเป็นหลัก

บนใบกำกับภาษีเต็มรูป เครื่องมือจะเตือนเมื่อช่องเลขผู้เสียภาษีของผู้ซื้อว่างทุกครั้ง แม้ผู้ซื้อจะไม่ได้จด VAT เพราะแอปไม่มีทางรู้สถานะของลูกค้าจากข้อมูลในเครื่อง ถ้าลูกค้าของคุณเป็นบุคคลทั่วไปหรือไม่ได้จด VAT คำเตือนนั้นข้ามได้ตามคำชี้แจงกรมสรรพากรข้างบน

ร้านมินิมอลช็อป
99/1 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105512345671
สำนักงานใหญ่ · โทร 081-234-5678

ใบเสร็จรับเงิน

Receipt

เลขที่ RC-2569-0001
วันที่ 31 ก.ค. 2569
ลูกค้า
บริษัท เอบีซี จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอบีซี ถ.พระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0107536000129 · สำนักงานใหญ่
#รายการจำนวนราคา/หน่วยจำนวนเงิน
1เสื้อยืดคอกลม สีขาว3290.00870.00
2ถุงผ้าแคนวาส2150.00300.00
ผู้รับเงิน
ผู้มีอำนาจลงนาม
สร้างด้วยBIZLOOMออกเอกสารฟรีที่ bizloom.app
ตำแหน่งเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของร้านบนใบเสร็จรับเงิน — เรนเดอร์จากเครื่องมือตัวเดียวกับที่คุณจะใช้

ออกใบเสร็จที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีถูกช่อง

ใส่เลข 13 หลักครั้งเดียว เครื่องมือเตือนถ้าเลขไม่ครบหรือพิมพ์สลับ ดาวน์โหลดเป็น PDF หรือรูปภาพได้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

เริ่มออกใบเสร็จ

หน้านี้สรุปจากตัวบทและคำชี้แจงของกรมสรรพากร เพื่อให้คุณกรอกช่องเลขผู้เสียภาษีได้ถูก ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี ถ้ากิจการของคุณมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น มีหลายสาขาหรือเป็นคนต่างด้าว ให้ยืนยันกับผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานสรรพากรอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี คืออะไร
คือเลขที่ใช้ระบุตัวผู้เสียภาษีในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ซึ่งมาตรา 3 เอกาทศ ให้อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องเลขประจำตัวที่แก้ไขโดยฉบับที่ 3 (มีผล 1 กุมภาพันธ์ 2555) บุคคลธรรมดาใช้เลขประจำตัวประชาชน และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นเลข 13 หลักทั้งคู่
บุคคลธรรมดา ใช้เลขบัตรประชาชนเป็นเลขผู้เสียภาษีได้ไหม
ได้ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องการมีและใช้เลขประจำตัว ข้อ 2 (1) วรรคห้า กำหนดว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชนนั้นในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาจึงใส่เลข 13 หลักบนบัตรประชาชนในช่องเลขผู้เสียภาษีได้ ส่วนคนที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน เช่น คนต่างด้าว ยังต้องยื่นขอเลขกับกรมสรรพากร
เลขผู้เสียภาษีของบริษัท คือเลขอะไร
คือเลขทะเบียนนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องการมีและใช้เลขประจำตัว ข้อ 2 (2) วรรคสอง กำหนดว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีและใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลนั้น ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรใหม่
ใบเสร็จรับเงิน ต้องใส่เลขผู้เสียภาษีของลูกค้าไหม
ไม่อยู่ในรายการบังคับ ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ (1) บังคับเฉพาะเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ คือผู้รับเงิน รายการที่มาตรานี้กำหนดไม่มีเลขของผู้จ่ายเงิน แม้กรณีผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายส่งที่ขายให้ผู้ทำการค้าสินค้าประเภทเดียวกัน ตัวบทก็เพิ่มเพียงชื่อหรือยี่ห้อและที่อยู่ของผู้ซื้อ
ใบกำกับภาษี ต้องใส่เลขผู้เสียภาษีของผู้ซื้อไหม
ต้องใส่เฉพาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 86/4 (3) กำหนดเพียงชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ ส่วนเลขผู้เสียภาษีของผู้ซื้อมาจากประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) ข้อ 7 ที่ออกตามมาตรา 86/4 (8) และคำชี้แจงกรมสรรพากรลงวันที่ 24 มีนาคม 2558 ยืนยันว่าถ้าผู้ซื้อไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ขายไม่จำต้องระบุเลขของผู้ซื้อ
สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาที่ 00000 บนใบกำกับภาษี ใส่ยังไง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) ข้อ 8 ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 199 ให้ใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 ที่จัดทำตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 ระบุสถานประกอบการตามใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ถ้าออกจากสำนักงานใหญ่ ให้เขียนว่า “สำนักงานใหญ่” หรือคำย่อ เช่น “สนญ” “HO” หรือเลขศูนย์ห้าหลัก 00000 ถ้าออกจากสาขา ให้เขียน “สาขาที่” ตามเลขสาขาใน ภ.พ.20 หรือเลขห้าหลัก เช่น 00001 และตามข้อ 9 ต้องระบุสาขาของผู้ซื้อแบบเดียวกันเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
ลูกค้าจด VAT แต่ไม่ยอมบอกเลขผู้เสียภาษี ออกใบกำกับภาษีได้ไหม
ตามคำชี้แจงกรมสรรพากร ลงวันที่ 24 มีนาคม 2558 ผู้ซื้อที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีหน้าที่แจ้งเลขและสถานประกอบการของตนเมื่อซื้อ ถ้าผู้ขายได้แจ้งให้ลูกค้าบอกรายการนี้ไว้แล้ว เช่น ติดประกาศในสถานประกอบการหรือแจ้งบนเว็บไซต์ แต่ลูกค้าไม่แจ้ง แล้วผู้ขายออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีเลขของผู้ซื้อ ถือว่าผู้ขายไม่ได้มีเจตนาออกใบกำกับภาษีที่รายการไม่ครบ ส่วนผู้ซื้อจะนำภาษีซื้อตามใบนั้นไปใช้ไม่ได้ เพราะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (2)
ตรวจสอบเลขผู้เสียภาษี หรือเช็คว่าบริษัทจด VAT หรือไม่ ได้ที่ไหน
เว็บไซต์กรมสรรพากรมีหน้า “ค้นหารายชื่อผู้ประกอบการ” ซึ่งรวมบริการค้นหารายชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ใช้ตรวจว่าคู่ค้าจดทะเบียนและมีสิทธิออกใบกำกับภาษีหรือไม่ บริการนี้ค้นได้เฉพาะผู้ที่จด VAT ถ้าไม่พบชื่อ อาจแปลว่าผู้นั้นไม่ได้จด VAT ไม่ได้แปลว่าเลขผิดเสมอไป ในทางปฏิบัติวิธีที่แน่นอนที่สุดยังคือขอเลขจากเอกสารของลูกค้าเอง

แหล่งอ้างอิง

หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข้อไหน โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณ