ออกเอกสารผิดแล้ว แก้ยังไง
เขียนใบเสร็จผิด ออกใบกำกับภาษีผิด เอกสารหาย เลขที่ซ้ำ หรือลืมออกจนเลยวันมาแล้ว หน้านี้แยกให้ชัดว่าข้อไหนมีตัวบทรองรับ และข้อไหนเป็นแค่แนวปฏิบัติ
ปรับปรุงล่าสุด
ถ้าคุณกำลังเปิดหน้านี้เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าเอกสารที่ออกไปแล้วผิด — เรื่องนี้แก้ได้ และแทบทุกกรณีแก้ได้ด้วยตัวคุณเองในวันนี้ สิ่งที่ทำให้เรื่องบานปลายไม่ใช่ความผิดพลาดตอนเขียน แต่คือการพยายามทำให้ความผิดพลาดนั้นหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย
หลักข้อเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณีในหน้านี้คือ แก้ด้วยการเพิ่มเอกสาร ไม่ใช่ด้วยการลบเอกสาร ใบที่ผิดยังต้องอยู่ในแฟ้ม ใบที่ถูกออกเพิ่มขึ้นมาใหม่และชี้กลับไปที่ใบเดิม สิ่งที่คุณต้องมีเมื่อถูกถามย้อนหลังคือเส้นทางที่อ่านแล้วเข้าใจได้ ไม่ใช่แฟ้มที่สะอาดเกินจริง
หน้านี้แยกสองอย่างออกจากกันตลอดทั้งหน้า ตรงไหนมีเลขมาตราหรือเลขข้อกำกับ แปลว่ายกมาจากตัวบทจริง ตรงไหนขึ้นต้นว่า “ในทางปฏิบัติ” แปลว่าไม่มีตัวบทเขียนไว้ เว็บไทยหลายเจ้าเขียนสองอย่างนี้ปนกันจนแยกไม่ออก ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณเจอคำตอบขัดกันเองมาตลอด
ก่อนอื่น ตอบตัวเองสองข้อ
วิธีแก้ต่างกันสิ้นเชิงตามคำตอบของสองข้อนี้ ตอบก่อนแล้วค่อยข้ามไปอ่านหัวข้อที่ตรงกับคุณ
- เอกสารที่ผิดออกจากมือคุณไปแล้วหรือยัง — ถ้ายังอยู่ในเล่มหรือยังไม่ได้ส่งไฟล์ให้ลูกค้า เรื่องจบได้ในสามนาที
- คุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง — ถ้ายังไม่ได้จด ใบลดหนี้และใบเพิ่มหนี้ไม่ใช่ทางของคุณ และมาตรา 86/13 ห้ามคุณออกไว้ตรง ๆ
เขียนใบเสร็จรับเงินผิด แก้ยังไง
ประมวลรัษฎากรกำหนดว่าใบรับต้องมีข้อความอะไรบ้าง (มาตรา 105 ทวิ) และกำหนดให้ทำต้นขั้วหรือสำเนาเก็บไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี แต่ไม่ได้เขียนขั้นตอนการยกเลิกใบที่เขียนผิดไว้เลย วิธีข้างล่างนี้จึงเป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อบังคับ สิ่งที่เป็นข้อบังคับจริงคือหน้าที่เก็บสำเนา และข้อสันนิษฐานที่ตามมาถ้าไม่มีสำเนา คือกฎหมายให้ถือว่าคุณไม่ได้ออกใบรับ ภาระพิสูจน์จึงตกที่คุณ
ในทางปฏิบัติ ถ้าใบยังอยู่กับคุณ ให้ทำสามอย่างตามลำดับ
- ขีดฆ่าทั้งใบ แล้วเขียนกำกับตัวใหญ่ ๆ ว่า “ยกเลิก” พร้อมวันที่และชื่อคนยกเลิก
- เก็บใบที่ยกเลิกไว้ในเล่มตามเดิม ทั้งต้นฉบับและสำเนา ห้ามฉีกออก ห้ามลบ ห้ามใช้น้ำยาลบคำผิดทับ
- ออกใบใหม่โดยใช้เลขที่ถัดไป ไม่ใช่เลขที่เดิม แล้วเขียนหมายเหตุบนใบใหม่ว่าออกแทนใบเลขที่เท่าไร
สิ่งที่สร้างปัญหาที่สุดไม่ใช่ใบที่เขียนผิด แต่คือเลขที่ที่หายไปเฉย ๆ โดยไม่มีอะไรอธิบาย เล่มบิลที่ข้ามจากเลข 041 ไป 043 คือคำถามที่คุณจะต้องตอบในอีกสามปีข้างหน้า ตอนที่จำไม่ได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนใบที่ขีดฆ่าแล้วเขียนว่ายกเลิกคือคำตอบที่วางอยู่ตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว
ถ้าใบส่งถึงมือลูกค้าไปแล้ว ในทางปฏิบัติให้ขอใบเดิมคืนก่อนเสมอ แล้วทำสามขั้นตอนข้างบน ถ้าเอาคืนไม่ได้จริง ๆ ให้ออกใบใหม่ที่มีหมายเหตุชัดเจนว่าใช้แทนใบเลขที่เดิม บันทึกไว้กับสำเนาใบเดิมว่าเรียกคืนไม่ได้เพราะอะไร แล้วแจ้งลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใบเดิมยกเลิกแล้ว ข้อความสั้น ๆ ในไลน์ที่ยังเปิดย้อนดูได้ก็นับ ยิ่งลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่เอาใบเดิมไปลงบัญชีแล้ว ยิ่งต้องบอกฝ่ายบัญชีของเขาตรง ๆ ว่าใบไหนยกเลิก
ใบเสร็จรับเงิน
Receipt
| # | รายการ | จำนวน | ราคา/หน่วย | จำนวนเงิน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เสื้อยืดคอกลม สีขาว | 3 | 290.00 | 870.00 |
| 2 | ถุงผ้าแคนวาส | 2 | 150.00 | 300.00 |
ออกใบกำกับภาษีผิด — ข้อนี้มีตัวบทเขียนขั้นตอนไว้ครบ
ถ้าคุณจดทะเบียน VAT แล้วและออกใบกำกับภาษีผิด เรื่องนี้ไม่ต้องเดา คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.86/2542 ข้อ 25 เขียนขั้นตอนการยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิมแล้วออกฉบับใหม่ไว้ทีละข้อ
- เรียกคืนใบกำกับภาษีฉบับเดิม แล้วประทับตราว่า “ยกเลิก” หรือขีดฆ่า จากนั้นเก็บรวมไว้กับสำเนาใบกำกับภาษีฉบับเดิม
- จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ซึ่งเป็นเลขที่ใหม่ แต่ต้องลงวัน เดือน ปี ให้ตรงกับวัน เดือน ปี ตามใบกำกับภาษีฉบับเดิม
- หมายเหตุไว้ในใบกำกับภาษีฉบับใหม่ว่า เป็นการยกเลิกและออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่แทนฉบับเดิมเลขที่ใด เล่มที่ใด
- หมายเหตุการยกเลิกใบกำกับภาษีไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนภาษีที่จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่
อ่านข้อ 2 ให้ดี เพราะมันสวนกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด ใบกำกับภาษีฉบับใหม่ใช้ “เลขที่ใหม่” แต่ใช้ “วันที่เดิม” ไม่ใช่วันที่วันนี้ นี่คือกรณีเดียวในหน้านี้ที่มีตัวบทสั่งให้ลงวันที่ย้อนกลับไป และเหตุผลก็ตรงไปตรงมา คือการขายเกิดขึ้นวันนั้นจริง ๆ เอกสารแค่ถูกทำใหม่เท่านั้น
ขั้นตอนทั้งสี่ข้อนี้ใช้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ถ้าคุณยังไม่ได้จด VAT คุณไม่ได้อยู่ในเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เพราะมาตรา 86/13 ห้ามผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้ ให้ใช้วิธีในหัวข้อใบเสร็จรับเงินข้างบนแทน
ออกเอกสารย้อนหลัง ได้ไหม
นี่คือคำถามที่คำตอบบนเว็บไทยขัดกันเองมากที่สุด และเหตุผลที่มันขัดกันคือคำว่า “ย้อนหลัง” ถูกใช้กับสามสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกันเลย ก่อนอื่นต้องพูดตรง ๆ ว่า ประมวลรัษฎากรไม่ได้เขียนขั้นตอนสำหรับการออกเอกสารย้อนหลังไว้ที่ไหนเลย สิ่งที่ตัวบทเขียนคือคำว่า “ในทันที” ทั้งสองที่
- มาตรา 105 — ผู้ขายหรือผู้รับเงินต้องออกใบรับ “ในทันทีทุกคราวที่รับเงินหรือรับชำระราคา” ไม่ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม
- มาตรา 86 วรรคหนึ่ง — ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำใบกำกับภาษี “ในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น” แล้วส่งมอบให้ผู้ซื้อ
ดังนั้นคำตอบแบบ “ได้” หรือ “ไม่ได้” ล้วน ๆ จึงไม่มีที่มาจากตัวบท สิ่งที่ทำได้คือแยกให้ออกว่าคุณอยู่ในสถานการณ์ไหน
| สถานการณ์จริงของคุณ | สิ่งที่เกิดขึ้นกับวันที่บนเอกสาร |
|---|---|
| รับเงินไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ลืมออกเอกสาร เพิ่งมาทำวันนี้ | ตัวเอกสารบันทึกข้อเท็จจริงว่าได้รับเงินวันไหน วันที่จึงควรตรงกับวันที่รับเงินจริง สิ่งที่ผิดคือความล่าช้าในการทำเอกสาร ไม่ใช่ตัววันที่ |
| ออกเอกสารไปแล้ว แต่เขียนผิด ต้องยกเลิกแล้วออกใหม่ | สำหรับใบกำกับภาษี ป.86/2542 ข้อ 25 สั่งให้ฉบับใหม่ลงวันที่ตรงกับฉบับเดิม สำหรับใบเสร็จรับเงินทั่วไป ในทางปฏิบัติใช้หลักเดียวกัน เพราะเงินเข้าวันนั้นจริง |
| ลูกค้าขอให้ลงวันที่ในเดือนหรือปีที่ผ่านไปแล้ว ทั้งที่รับเงินวันนี้ | นี่ไม่ใช่การออกย้อนหลัง แต่คือการระบุวันที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อย่าทำ เพราะเอกสารของคุณจะไปโผล่ผิดรอบในบัญชีของทั้งสองฝ่าย |
ถ้าคุณจด VAT แล้ว การออกใบกำกับภาษีช้าไม่ใช่แค่เรื่องวันที่บนกระดาษ เพราะมันพันกับว่ายอดนั้นตกอยู่ในเดือนภาษีไหนและถูกยื่นไปแล้วหรือยัง ข้อนี้ต้องคุยกับผู้ทำบัญชีของคุณก่อนลงมือ หน้านี้จงใจไม่ระบุจำนวนวันหรือเงื่อนไขใด ๆ เพราะไม่มีตัวบทให้อ้าง
เส้นที่ห้ามข้ามมีเส้นเดียว คือการทำเอกสารที่บอกเรื่องซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจริง ออกเอกสารช้าเป็นความบกพร่องที่แก้ได้ ออกเอกสารที่ระบุวันที่หรือจำนวนเงินไม่ตรงกับความจริงเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง และถ้าลูกค้ากดดันให้ทำ คนที่เซ็นชื่อบนเอกสารนั้นคือคุณ ไม่ใช่เขา
ใบกำกับภาษีหาย — “ใบแทนใบกำกับภาษี” คือคำตอบ
ใบแทนใบกำกับภาษีเป็นเอกสารจริงที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ ไม่ใช่ชื่อที่ใครตั้งขึ้นเอง มาตรา 86/12 กำหนดว่า เมื่อผู้ซื้อร้องขอเพราะใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบแทนให้ โดยต้องมีข้อความระบุไว้ในที่ที่เห็นได้ชัดว่าเอกสารนั้นเป็นใบแทน
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดสองข้อคือ ผู้ที่ออกใบแทนคือผู้ขาย ไม่ใช่ผู้ซื้อที่ทำหาย และใบแทนไม่ได้ทำโดยพิมพ์ใบกำกับภาษีขึ้นมาใหม่ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 36) กำหนดวิธีไว้ว่าให้ถ่ายสำเนาจากสำเนาใบกำกับภาษีที่ผู้ขายเก็บไว้ แล้วบันทึกลงบนใบที่ถ่ายมานั้น
- ใบแทนออกให้ครั้งที่เท่าไร
- วัน เดือน ปี ที่ออกใบแทน
- คำอธิบายย่อ ๆ ถึงสาเหตุที่ออกใบแทน
- ลายมือชื่อของผู้ออกใบแทน
ประกาศฉบับเดียวกันยังกำหนดให้ผู้ขายบันทึกรายการเหล่านี้ไว้ด้านหลังสำเนาใบกำกับภาษีฉบับเดิม และบันทึกการออกใบแทนไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนที่ออกใบแทน โดยระบุชื่อผู้ซื้อ เลขที่และเล่มที่ของใบเดิม และวันที่
ถ้าเอกสารที่หายเป็นใบเสร็จรับเงินธรรมดาที่ไม่ใช่ใบกำกับภาษี คำว่า “ใบแทน” ไม่มีอยู่ในตัวบทสำหรับกรณีนั้น มาตรา 86/12 อยู่ในหมวดภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ในทางปฏิบัติผู้ขายจะถ่ายสำเนาต้นขั้วที่เก็บไว้ให้ลูกค้า พร้อมเขียนกำกับว่าเป็นสำเนาที่ออกแทนฉบับที่สูญหาย ลงวันที่ที่ออกสำเนานั้น และเซ็นชื่อ ห้ามออกใบเสร็จใบใหม่ด้วยเลขที่ใหม่สำหรับเงินก้อนเดิม เพราะรายรับก้อนเดียวจะกลายเป็นสองรายการในบัญชีคุณทันที
ใบลดหนี้ กับ ใบเพิ่มหนี้ ใช้ตอนไหน
สองใบนี้ไม่ใช่เครื่องมือแก้คำผิด แต่เป็นเครื่องมือของระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับกรณีที่ขายไปแล้ว ออกใบกำกับภาษีไปแล้ว แล้วมูลค่าเปลี่ยนทีหลังจนต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ใช้ได้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT เท่านั้น เหตุที่ทำให้ต้องออกอยู่ในมาตรา 82/9 และมาตรา 82/10
| เกิดอะไรขึ้นหลังขาย | ออกเอกสารอะไร |
|---|---|
| ส่งของเกินจำนวนที่ตกลง หรือคำนวณราคาต่ำกว่าที่เป็นจริง ทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้น | ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 82/9 ประกอบมาตรา 86/9) |
| ให้บริการเกินข้อกำหนดที่ตกลงกัน ทำให้ค่าบริการเพิ่มขึ้น | ใบเพิ่มหนี้ |
| ลดราคาเพราะสินค้าผิดข้อกำหนด ชำรุดเสียหาย ขาดจำนวน หรือคำนวณราคาผิดไปสูงกว่าที่เป็นจริง | ใบลดหนี้ (มาตรา 82/10 ประกอบมาตรา 86/10) |
| ลูกค้าคืนสินค้า หรือมีการบอกเลิกสัญญาบริการ | ใบลดหนี้ |
มาตรา 86/9 และมาตรา 86/10 กำหนดรายการบนใบทั้งสองไว้ตรงกัน คือต้องมีคำว่า “ใบเพิ่มหนี้” หรือ “ใบลดหนี้” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก ข้อมูลผู้ซื้อ วันที่ออก หมายเลขของใบกำกับภาษีฉบับเดิมพร้อมมูลค่าเดิม มูลค่าที่ถูกต้อง ผลต่าง จำนวนภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มหรือที่ใช้คืน และคำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุ ส่วนเรื่องเวลา สองมาตรานี้กำหนดให้ออกในเดือนภาษีที่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ออกไม่ทัน ก็ให้ออกในเดือนภาษีถัดจากเดือนที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ถ้าคุณยังไม่ได้จดทะเบียน VAT อย่าออกใบลดหนี้หรือใบเพิ่มหนี้เด็ดขาด มาตรา 86/13 ห้ามผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้ไม่มีสิทธิ ออกทั้งใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้ และมาตรา 89 (6) กำหนดว่าผู้ออกโดยไม่มีสิทธิตามมาตรา 86/13 ต้องเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบนั้น ข้อห้ามนี้ไม่ได้ครอบแค่ใบกำกับภาษีอย่างที่หลายคนเข้าใจ
แล้วร้านที่ไม่ได้จด VAT ต้องทำยังไงเมื่อลูกค้าคืนของหรือได้ส่วนลดทีหลัง ในทางปฏิบัติคือยกเลิกใบเสร็จเดิมแล้วออกใบใหม่ตามยอดที่ถูกต้อง หรือถ้าคืนเงินบางส่วน ให้ทำหลักฐานการคืนเงินแยกไว้อีกใบ พร้อมอ้างเลขที่ใบเสร็จเดิม แล้วเก็บทั้งสองใบไว้ด้วยกัน จุดสำคัญคือยอดรวมที่เหลืออยู่ในแฟ้มต้องเท่ากับเงินที่คุณได้รับจริง
เลขที่เอกสารซ้ำ ทำยังไง
มาตรา 105 ทวิ (3) บังคับให้ใบรับมี “เลขลำดับของเล่มและของใบรับ” แต่ไม่ได้เขียนไว้ว่าถ้าเลขซ้ำแล้วต้องทำอย่างไร วิธีข้างล่างนี้จึงเป็นแนวปฏิบัติทั้งหมด เป้าหมายของมันมีข้อเดียวคือ ทำให้เลขหนึ่งเลขชี้ไปที่เอกสารได้ใบเดียวอีกครั้ง
- อย่าแก้เลขบนใบที่ลูกค้าถือไปแล้ว เอกสารสองฉบับที่ถือเลขเดียวกันอยู่คนละมือ แต่ข้อความไม่ตรงกัน แย่กว่าเลขซ้ำเฉย ๆ
- เลือกใบที่ออกทีหลังเป็นใบที่จะยกเลิก แล้วออกใหม่ด้วยเลขที่ที่ยังไม่เคยใช้ พร้อมหมายเหตุว่าออกแทนใบเลขที่ซ้ำใบไหน
- เขียนบันทึกสั้น ๆ แนบไว้ในแฟ้มว่าเลขนี้ซ้ำเพราะอะไร ลงวันที่ที่พบและวันที่แก้
- ตรวจต้นเหตุแล้วปิดมันทันที เลขซ้ำเกือบทั้งหมดมาจากการเปิดบิลเล่มใหม่โดยไม่ดูว่าเล่มเก่าค้างที่เลขไหน หรือจากการที่มีคนออกบิลพร้อมกันสองคน
รูปแบบเลขจะเป็นแบบไหนไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือห้ามซ้ำ และห้ามย้อนกลับไปแทรกเลขที่ข้ามไปแล้ว
ห้าอย่างที่ไม่ควรทำ ไม่ว่ากรณีไหน
- ฉีกใบที่ผิดทิ้ง — มาตรา 105 ทวิ ให้เก็บต้นขั้วหรือสำเนาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี และถ้าไม่มี กฎหมายให้สันนิษฐานว่าคุณไม่ได้ออกใบรับเลย
- ใช้น้ำยาลบคำผิดหรือลบข้อความเดิมออก — เอกสารที่มีร่องรอยการลบคือเอกสารที่อธิบายยากที่สุด ขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ข้าง ๆ พร้อมเซ็นกำกับ อ่านง่ายกว่าและตรวจสอบได้
- ออกใบใหม่โดยใช้เลขที่เดิมซ้ำ — เลขเดิมยังผูกอยู่กับใบเดิมที่ออกไปแล้ว
- ลงวันที่ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเพื่อให้เข้ารอบบัญชีที่ต้องการ — ยกเว้นกรณีเดียวที่ตัวบทสั่งเอง คือใบกำกับภาษีที่ออกใหม่แทนฉบับที่ยกเลิกตาม ป.86/2542 ข้อ 25
- พิมพ์คำว่า “ใบกำกับภาษี” “ใบเพิ่มหนี้” หรือ “ใบลดหนี้” ทั้งที่ยังไม่ได้จด VAT — มาตรา 86/13 ห้ามไว้ทั้งสามใบ และเป็นความผิดพลาดที่แพงที่สุดในหน้านี้
ออกใบใหม่ให้ถูกตั้งแต่ครั้งนี้
เลขที่เดินให้อัตโนมัติไม่ซ้ำ ยอดคำนวณให้ ดูตัวอย่างสดก่อนพิมพ์ แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF หรือรูปภาพ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
ออกเอกสารใหม่หน้านี้สรุปจากตัวบทและประกาศของกรมสรรพากรเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ในวันที่รู้ตัวว่าเอกสารผิด ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี ข้อความที่กำกับว่า “ในทางปฏิบัติ” คือแนวทางที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย ถ้ากรณีของคุณเกี่ยวพันกับเดือนภาษีที่ยื่นแบบไปแล้ว ให้ยืนยันกับผู้ทำบัญชีของคุณก่อนลงมือ
คำถามที่พบบ่อย
ออกใบเสร็จรับเงินผิด แก้ไขยังไง
ออกใบกำกับภาษีผิด ยกเลิกแล้วออกใบใหม่ยังไง
ใบแทนใบกำกับภาษี คืออะไร
ใบกำกับภาษีหาย ต้องทำอย่างไร
ใบลดหนี้ ใช้ตอนไหน
ใบเพิ่มหนี้ ใช้ตอนไหน
ไม่ได้จดทะเบียน VAT ออกใบลดหนี้ได้ไหม
ออกใบเสร็จรับเงินย้อนหลัง ได้ไหม
ออกใบกำกับภาษีย้อนหลัง ได้ไหม
ยกเลิกใบเสร็จรับเงิน ทำยังไง
เลขที่เอกสารซ้ำ ทำยังไง
ใบเสร็จรับเงินหาย ขอใหม่ได้ไหม
แหล่งอ้างอิง
- คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.86/2542 ข้อ 25 — การยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิมและจัดทำฉบับใหม่
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 85–86/14 (มาตรา 86 วรรคหนึ่ง, 86/9, 86/10, 86/12, 86/13) — กรมสรรพากร
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 36) — การออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ ใบแทนใบลดหนี้
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 80–82/18 (มาตรา 82/9 ภาษีขายเพิ่มขึ้น, มาตรา 82/10 ภาษีขายลดลง)
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 87–90/5 (มาตรา 89 (6) เบี้ยปรับกรณีออกโดยไม่มีสิทธิ)
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 103–129 (มาตรา 105 การออกใบรับในทันที, มาตรา 105 ทวิ รายการและการเก็บต้นขั้ว)
หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข้อไหน โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณ