ข้ามไปที่เนื้อหา
BIZLOOM

ไม่ได้จด VAT ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ — แต่ออกใบเสร็จรับเงินได้

ไม่ได้จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ตามมาตรา 86/13 แต่ออกใบเสร็จรับเงินได้ และลูกค้านิติบุคคลใช้ลงรายจ่ายได้

ปรับปรุงล่าสุด

ลูกค้าที่เป็นบริษัทโอนเงินมาแล้ว แล้วส่งข้อความตามมาว่า "ขอใบกำกับภาษีด้วยนะคะ" คุณไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เคยมีใบกำกับภาษีจะออกให้ใคร และตอนนี้กำลังนั่งคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดอยู่หรือเปล่า

คุณไม่ได้ทำผิด ร้านค้าเล็ก ๆ และฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ได้จด VAT และการไม่จดก็ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่ต้องแยกให้ออกมีสองเรื่อง และมันเป็นคนละเรื่องกันจริง ๆ คือเรื่องที่คุณทำไม่ได้ กับเรื่องที่คุณทำได้

ถ้าคุณไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คุณออก "ใบกำกับภาษี" ไม่ได้ — ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/13 ห้ามไว้ตรง ๆ ว่า "ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน...ออกใบกำกับภาษี" แต่คุณออก "ใบเสร็จรับเงิน" ได้ตามปกติ และใบเสร็จรับเงินที่มีรายการครบก็เป็นเอกสารที่ฝ่ายบัญชีของลูกค้าใช้ได้จริง

ใบกำกับภาษีกับใบเสร็จรับเงิน ไม่ใช่เอกสารเดียวกัน

คนส่วนใหญ่พูดสองคำนี้แทนกัน แต่กฎหมายมองมันคนละระบบ ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 86 กำหนดให้ "ผู้ประกอบการจดทะเบียน" จัดทำใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ หน้าที่ข้อนี้ผูกอยู่กับการจดทะเบียน ไม่ใช่กับการขายของ เช่นเดียวกับมาตรา 82/4 ที่ให้สิทธิ "เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้า" เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนเท่านั้น

ใบเสร็จรับเงินอยู่คนละที่กันเลย กฎหมายเรียกมันว่า "ใบรับ" และวางหน้าที่ไว้ที่มาตรา 105 ว่าผู้ขายหรือผู้รับเงิน "ต้องออกใบรับให้แก่ผู้ซื้อ...ในทันทีทุกคราวที่รับเงินหรือรับชำระราคา ไม่ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม" เมื่อยอดรับเงินแต่ละครั้งเกินจำนวนที่อธิบดีกำหนด หน้าที่ข้อนี้ไม่ได้ผูกกับ VAT เลย คุณจะจดหรือไม่จดก็ออกใบเสร็จรับเงินได้และควรออก

ใบกำกับภาษีใบเสร็จรับเงิน
ใครออกได้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT เท่านั้นผู้รับเงินทุกคน รวมถึงบุคคลธรรมดา
บอกอะไรมีการเรียกเก็บ VAT เท่าไรจากยอดนี้ผู้ขายได้รับเงินจำนวนนี้แล้ว
ลูกค้าใช้ทำอะไรขอคืน/เครดิตภาษีซื้อ และลงรายจ่ายลงเป็นรายจ่ายของกิจการ
ถ้าคุณไม่ได้จด VATออกไม่ได้ (มาตรา 86/13)ออกได้ และเป็นเอกสารที่ถูกต้อง

แล้วคุณต้องจด VAT หรือเปล่า

กรมสรรพากรระบุไว้ชัดว่าผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็นกลุ่มที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลขนี้มาจากพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดมูลค่าฐานภาษีของ "กิจการขนาดย่อม" ไว้ที่ไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี และมาตรา 81/1 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กิจการที่อยู่ใต้เพดานนั้น

  • รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี — ไม่ต้องจด และไม่ต้องเรียกเก็บ VAT จากลูกค้า
  • ขายสินค้าหรือให้บริการที่กฎหมายยกเว้น VAT อยู่แล้ว — ไม่ต้องจด แม้รายรับจะเกิน
  • รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี — ต้องจด และเมื่อจดแล้วคุณจะออกใบกำกับภาษีได้

ถ้าปีนี้รายรับกำลังจะเกิน 1.8 ล้าน อย่าปล่อยไว้ มาตรา 85/1 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน — นับจากวันที่เกิน ไม่ใช่สิ้นปี

ถ้ารายรับยังไม่ถึงเพดานแต่คุณอยากจด ก็ทำได้ มาตรา 81/3 เปิดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นแจ้งขอจดทะเบียนเองโดยสมัครใจ แต่เมื่อจดแล้วคุณจะมีหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือนไปตลอด แม้เดือนนั้นจะไม่มียอดขายเลย เป็นการแลกที่ควรคุยกับผู้ทำบัญชีก่อน

ถ้าฝืนออกใบกำกับภาษีทั้งที่ไม่ได้จด

มีคนแนะนำทางลัดแบบนี้อยู่จริง คือให้พิมพ์คำว่า "ใบกำกับภาษี" ลงบนหัวกระดาษเพื่อให้ลูกค้าหยุดถาม อย่าทำ มาตรา 86/13 นอกจากจะห้ามไว้แล้ว ยังเขียนต่อว่าคนที่ออกโดยไม่มีสิทธิ "ต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษี เสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน" แปลว่ายอด VAT ที่คุณพิมพ์ลงไปเองกลายเป็นหนี้ภาษีของคุณทันที ทั้งที่คุณไม่เคยเก็บเงินก้อนนั้นจากใคร

และยังมีโทษทางอาญาอีกชั้นหนึ่ง มาตรา 90/4 (3) ระบุถึง "ผู้ออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ โดยไม่มีสิทธิจะออกเอกสารดังกล่าวตามมาตรา 86/13" ไว้ในกลุ่มที่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท

อย่าใส่ช่อง VAT 7% ลงในเอกสารของคุณด้วย ถ้าคุณไม่ได้จดทะเบียน คุณไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/4 ราคาที่คุณเสนอคือราคาเต็ม ไม่มีคำว่า "รวม VAT แล้ว" และไม่มีคำว่า "ยังไม่รวม VAT"

ใบเสร็จรับเงินของคุณ ลูกค้าเอาไปใช้ได้จริง

นี่คือส่วนที่คนกลัวกันเกินเหตุที่สุด ฝ่ายบัญชีของลูกค้าไม่ได้ต้องการใบกำกับภาษีเพราะกฎหมายบังคับให้ต้องมี แต่เพราะเขาต้องพิสูจน์ว่าเงินก้อนนี้จ่ายไปจริงและจ่ายให้ใคร — มาตรา 65 ตรี (18) ห้ามนำ "รายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ" มาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ ใบเสร็จรับเงินที่ระบุตัวคุณครบถ้วนตอบโจทย์ข้อนี้ได้

คู่มือของกรมสรรพากรเรื่องการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ เขียนไว้เองว่าเอกสารที่เป็นรายจ่ายได้ในทางภาษีอากรได้แก่ "ใบกำกับภาษี (กรณีผู้ขายหรือให้บริการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือใบเสร็จรับเงินที่มีรายการสมบูรณ์" คำว่า "หรือ" ในประโยคนั้นคือคำตอบทั้งหมดของหน้านี้

คำว่า "รายการสมบูรณ์" ไม่ได้แปลว่าต้องสวย แต่แปลว่าครบ มาตรา 105 ทวิ กำหนดรายการของใบรับไว้ ให้ตรวจว่าใบเสร็จของคุณมีครบทุกข้อ

  • ชื่อร้านหรือชื่อของคุณ และที่อยู่
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร — ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักได้เลย ไม่ต้องไปขอเลขใหม่
  • เลขที่ใบเสร็จ (และเลขที่เล่ม ถ้าทำเป็นเล่ม) ที่เรียงลำดับไม่ซ้ำกัน
  • วันเดือนปีที่ออก
  • ชื่อผู้ซื้อหรือผู้รับบริการ — ใส่ชื่อบริษัทและเลขผู้เสียภาษีของเขาให้ตรงกับที่จดทะเบียน
  • ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาสินค้าแต่ละรายการ สำหรับสินค้าที่มีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป
  • จำนวนเงินที่รับ
  • ลายมือชื่อผู้รับเงิน

เก็บสำเนาหรือต้นขั้วของใบรับที่ออกไปแล้วไว้อย่างน้อยห้าปีนับแต่วันที่ออก ตามมาตรา 105 ทวิ ถ้าคุณออกเอกสารจากมือถือ ให้เซฟไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้ในที่ที่หาเจอ

ร้านมินิมอลช็อป
99/1 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105512345671
สำนักงานใหญ่ · โทร 081-234-5678

ใบเสร็จรับเงิน

Receipt

เลขที่ RC-2569-0001
วันที่ 31 ก.ค. 2569
ลูกค้า
บริษัท เอบีซี จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอบีซี ถ.พระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0107536000129 · สำนักงานใหญ่
#รายการจำนวนราคา/หน่วยจำนวนเงิน
1เสื้อยืดคอกลม สีขาว3290.00870.00
2ถุงผ้าแคนวาส2150.00300.00
ผู้รับเงิน
ผู้มีอำนาจลงนาม
สร้างด้วยBIZLOOMออกเอกสารฟรีที่ bizloom.app
ใบเสร็จรับเงินที่ผู้ไม่ได้จด VAT ออกได้ — ไม่มีบรรทัด VAT และไม่ต้องมี

ประโยคที่เอาไปตอบลูกค้าได้เลย

ปัญหาจริงของคนอ่านหน้านี้ไม่ใช่กฎหมาย แต่คือไม่รู้จะพิมพ์ตอบลูกค้าว่าอะไรโดยไม่ให้ดูเหมือนร้านเถื่อน ใช้สามประโยคนี้ได้ ตอบสั้นและตอบด้วยความมั่นใจ เพราะคุณไม่ได้ทำอะไรผิด

  • ตอบครั้งแรก: "ทางร้านไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ จึงออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้ ราคาที่เสนอไปจึงไม่มี VAT บวกเพิ่ม แต่ออกใบเสร็จรับเงินให้ได้ค่ะ แจ้งชื่อบริษัท ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีมาได้เลย"
  • ถ้าเขาถามว่าเอาไปลงบัญชีได้ไหม: "ได้ค่ะ ใบเสร็จรับเงินที่มีรายการครบใช้เป็นเอกสารประกอบการลงรายจ่ายได้ตามคู่มือของกรมสรรพากร แต่จะขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ เพราะไม่มี VAT ถูกเรียกเก็บตั้งแต่แรกค่ะ"
  • ถ้าฝ่ายจัดซื้อยืนยันว่าระบบต้องกรอกเลขใบกำกับภาษี: "รบกวนแจ้งฝ่ายบัญชีว่าผู้ขายเป็นผู้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ ปกติจะบันทึกเป็นรายจ่ายที่ไม่มีภาษีซื้อ และใช้ใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารประกอบได้"

อย่าขอโทษและอย่าอธิบายยาว การบอกว่า "ทางร้านไม่ได้จด VAT" คือการบอกข้อเท็จจริงเรื่องขนาดของกิจการ ไม่ใช่การสารภาพความผิด ลูกค้าองค์กรเจอผู้ขายแบบนี้ทุกวัน

ฟรีแลนซ์: ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว ยังต้องออกใบเสร็จอยู่ดี

ฟรีแลนซ์จำนวนมากเข้าใจว่าเมื่อลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วส่งใบ 50 ทวิ มาให้ ก็ถือว่าจบ ไม่ต้องออกอะไรอีก จริง ๆ แล้วเป็นคนละใบที่ไหลไปคนละทาง

  1. คุณส่งงานและเรียกเก็บเงินตามยอดเต็ม เช่น 10,000 บาท
  2. ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดเต็มนั้น ค่าจ้างทำของและค่าบริการทั่วไปที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาอยู่ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 (เคยมีอัตราลดชั่วคราวเป็นช่วง ๆ ให้ยึดตามที่ระบุในหนังสือรับรอง)
  3. คุณจึงได้รับโอนจริง 9,700 บาท และลูกค้าต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้คุณ — สำหรับเงินได้ประเภทนี้ กรมสรรพากรกำหนดให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี
  4. ใบเสร็จรับเงินที่คุณออกให้ลูกค้า ให้ระบุยอดเต็ม 10,000 บาท ไม่ใช่ 9,700 เพราะรายได้ของคุณคือ 10,000 ส่วน 300 บาทนั้นลูกค้านำส่งกรมสรรพากรแทนคุณไปแล้ว
  5. เก็บใบ 50 ทวิ ไว้ให้ครบทุกใบ ตอนยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี ยอดที่ถูกหักไว้ตลอดปีเอามาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่าย และมักได้คืนบางส่วน

ใบ 50 ทวิ เป็นเอกสารที่ลูกค้าออกให้คุณ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารที่คุณออกให้ลูกค้า ทั้งสองใบไม่แทนกัน

ถ้าลูกค้ายืนยันว่าต้องได้ใบกำกับภาษีจริง ๆ

บางองค์กร โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐหรือบริษัทใหญ่ที่ระบบจัดซื้อผูกกับภาษีซื้อ อาจยืนยันว่าต้องมีใบกำกับภาษีเท่านั้น เมื่อถึงจุดนั้นคุณมีสามทาง และไม่มีทางไหนที่คือการพิมพ์คำว่าใบกำกับภาษีลงบนกระดาษของคุณ

  1. ปล่อยงานนั้นไป ถ้าเป็นลูกค้ารายเดียวที่ขอ การเสียงานหนึ่งงานถูกกว่าการรับผิดในภาษีที่คุณไม่ได้เก็บ
  2. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 คุ้มเมื่อคุณมีลูกค้านิติบุคคลเป็นสัดส่วนใหญ่และมีต้นทุนที่มีภาษีซื้ออยู่มาก แต่จะมาพร้อมหน้าที่ยื่นแบบทุกเดือน
  3. คุยกับผู้ทำบัญชีของลูกค้าโดยตรง ในทางปฏิบัติหลายกรณีจบตรงนี้ เพราะฝ่ายบัญชีรู้อยู่แล้วว่าซื้อจากผู้ที่ไม่ได้จด VAT ทำได้ และเป็นฝ่ายจัดซื้อที่เข้าใจผิดว่าต้องมีใบกำกับภาษีทุกใบ

สรุปสั้นที่สุดสำหรับคนที่เลื่อนมาถึงตรงนี้: คุณออกใบกำกับภาษีไม่ได้ คุณออกใบเสร็จรับเงินได้ ใบเสร็จรับเงินที่มีรายการครบคือเอกสารที่ถูกต้อง และการที่คุณไม่ได้จด VAT ไม่ใช่ความผิดของคุณ

ออกใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้าตอนนี้เลย

กรอกชื่อร้าน ชื่อลูกค้า และรายการ แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF หรือรูปภาพ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ทำบนมือถือได้

เริ่มออกใบเสร็จรับเงิน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีได้ไหม
ไม่ได้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/13 ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษี และผู้ที่ออกโดยไม่มีสิทธิต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษีนั้นเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน สิ่งที่ออกได้แทนคือใบเสร็จรับเงิน
บุคคลธรรมดาหรือร้านค้าเล็ก ๆ ออกใบเสร็จรับเงินได้ไหม
ได้ และในหลายกรณีมีหน้าที่ต้องออก ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 กำหนดให้ผู้ขายหรือผู้รับเงินออกใบรับให้ผู้จ่ายเงินในทันทีทุกคราวที่รับเงิน ไม่ว่าจะมีการเรียกร้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อยอดรับเงินแต่ละครั้งเกินจำนวนที่อธิบดีกำหนด หน้าที่นี้ไม่ได้ผูกกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT ไหม
ไม่ต้อง กรมสรรพากรระบุว่าผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวเลขนี้เป็นมูลค่าฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 เมื่อใดที่รายรับเกิน ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน
ลูกค้าที่เป็นบริษัทเอาใบเสร็จรับเงินของเราไปลงเป็นรายจ่ายได้ไหม
ได้ คู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ของกรมสรรพากรระบุว่าเอกสารที่เป็นรายจ่ายได้ทางภาษีได้แก่ใบกำกับภาษี ในกรณีที่ผู้ขายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือใบเสร็จรับเงินที่มีรายการสมบูรณ์ ทั้งนี้ต้องเป็นรายจ่ายที่จ่ายจริงและพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน
ลูกค้าจะขอคืนภาษีซื้อจากใบเสร็จรับเงินของเราได้ไหม
ไม่ได้ เพราะคุณไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้าตามมาตรา 82/4 ตั้งแต่แรก เมื่อไม่มี VAT ถูกเรียกเก็บ ก็ไม่มีภาษีซื้อให้ลูกค้านำไปใช้ แต่ลูกค้ายังใช้ใบเสร็จรับเงินของคุณเป็นเอกสารประกอบการลงรายจ่ายได้ตามปกติ
ถ้าออกใบกำกับภาษีทั้งที่ไม่ได้จด VAT จะมีโทษอะไร
มาตรา 86/13 กำหนดให้ผู้ที่ออกโดยไม่มีสิทธิต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษี และมาตรา 90/4 (3) จัดผู้ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิตามมาตรา 86/13 ไว้ในกลุ่มที่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท
ฟรีแลนซ์ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ยังต้องออกใบเสร็จรับเงินอีกไหม
ต้อง เพราะเป็นคนละเอกสารกัน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใบ 50 ทวิ เป็นเอกสารที่ผู้จ่ายเงินออกให้คุณ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารที่คุณออกให้ผู้จ่ายเงินเพื่อยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว และให้ระบุยอดเต็มก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย

แหล่งอ้างอิง

หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข้อไหน โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณ