ข้ามไปที่เนื้อหา
BIZLOOM

ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีอะไรบ้าง

ลูกค้าขอใบเสร็จ แล้วต้องเขียนอะไรลงไปบ้าง สรุป 6 รายการที่กฎหมายบังคับ พร้อมคำตอบเรื่องลายเซ็น เลขผู้เสียภาษี เล่มที่/เลขที่ และบิลเขียนมือ

ปรับปรุงล่าสุด

ลูกค้ายืนรออยู่ตรงหน้า แล้วพูดว่า “ขอใบเสร็จด้วย” คำถามที่ขึ้นมาในหัวทันทีคือ ต้องเขียนอะไรลงไปบ้างถึงจะไม่ผิด หน้านี้ตอบเท่านั้น

กฎหมายที่ตอบคำถามนี้คือประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ ซึ่งไม่ได้เรียกเอกสารชนิดนี้ว่า “ใบเสร็จรับเงิน” แต่เรียกว่า “ใบรับ” ชื่อที่พิมพ์บนหัวกระดาษจึงไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือข้อความข้างในครบหรือไม่ครบ

หกรายการที่ต้องมีบนใบเสร็จ

มาตรา 105 ทวิ กำหนดว่า ใบรับและต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ อย่างน้อยต้องมีตัวเลขไทยหรืออารบิค และอักษรไทย ให้ปรากฏข้อความต่อไปนี้

  1. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ — คือเลขของคุณ ผู้รับเงิน ไม่ใช่ของลูกค้า
  2. ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ — ชื่อร้าน หรือชื่อคุณเองถ้าขายในนามบุคคล
  3. เลขลำดับของเล่มและของใบรับ — ที่บนบิลเขียนว่า “เล่มที่” กับ “เลขที่”
  4. วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ — วันที่รับเงินจริง ไม่ใช่วันที่สั่งของ
  5. จำนวนเงินที่รับ
  6. ชนิด ชื่อ จำนวนเงินและราคาสินค้า เฉพาะกรณีขายหรือให้เช่าซื้อสินค้าชนิดที่มีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป

ข้อ 6 ผูกกับ “สินค้า” เท่านั้น ถ้าคุณขายบริการ กฎหมายไม่ได้บังคับให้แจกแจงรายการ แต่ในทางปฏิบัติควรเขียนอยู่ดี เพราะลูกค้าที่เอาไปเบิกกับที่ทำงานหรือลงเป็นรายจ่ายมักถูกถามว่าจ่ายค่าอะไร ใบเสร็จที่มีแต่ยอดเงินลอย ๆ จะถูกส่งกลับมาให้คุณออกใหม่

ร้านมินิมอลช็อป
99/1 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105512345671
สำนักงานใหญ่ · โทร 081-234-5678

ใบเสร็จรับเงิน

Receipt

เลขที่ RC-2569-0001
วันที่ 31 ก.ค. 2569
ลูกค้า
บริษัท เอบีซี จำกัด
เลขที่ 1 อาคารเอบีซี ถ.พระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0107536000129 · สำนักงานใหญ่
#รายการจำนวนราคา/หน่วยจำนวนเงิน
1เสื้อยืดคอกลม สีขาว3290.00870.00
2ถุงผ้าแคนวาส2150.00300.00
ผู้รับเงิน
ผู้มีอำนาจลงนาม
สร้างด้วยBIZLOOMออกเอกสารฟรีที่ bizloom.app
ใบเสร็จรับเงินที่มีครบทั้งหกรายการ — ตัวอย่างนี้เรนเดอร์จากเครื่องมือตัวเดียวกับที่คุณกำลังจะใช้

สามอย่างที่หลายคนคิดว่าต้องมี แต่กฎหมายไม่ได้บังคับ

ลายเซ็นผู้รับเงิน

ไม่ใช่รายการบังคับ นอกจากจะไม่อยู่ในหกข้อข้างบนแล้ว ประมวลรัษฎากร มาตรา 103 ยังนิยามคำว่า “ใบรับ” ปิดท้ายไว้ตรง ๆ ว่า บันทึกหรือหนังสือนั้น “จะมีลายมือชื่อของบุคคลใด ๆ หรือไม่ ไม่สำคัญ” ใบเสร็จที่ไม่มีลายเซ็นก็ยังเป็นใบรับตามกฎหมาย

แต่ในทางปฏิบัติควรเซ็นหรือประทับตราร้านไว้ เพราะลายเซ็นไม่ได้ทำหน้าที่ทางภาษี มันทำหน้าที่ตอนมีข้อโต้แย้ง — ลูกค้ากลับมาบอกว่าจ่ายแล้ว หรือฝ่ายบัญชีของลูกค้าถามว่าใครเป็นคนรับเงิน ใบที่มีลายเซ็นจบเรื่องได้เร็วกว่า

ชื่อและที่อยู่ของลูกค้า

มาตรา 105 ทวิ ไม่ได้บังคับให้ระบุชื่อผู้ซื้อบนใบรับ มีข้อยกเว้นอยู่กรณีเดียวคือ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายส่ง ที่ขายสินค้าให้แก่ผู้ซึ่งทำการค้าสินค้าประเภทเดียวกัน — กรณีนั้นต้องแสดงชื่อหรือยี่ห้อและที่อยู่ของผู้ซื้อไว้ด้วยทุกครั้ง

ถ้าลูกค้าเป็นบริษัทและจะเอาใบเสร็จไปลงเป็นรายจ่าย เขาจะขอชื่อและที่อยู่บริษัทเต็ม ๆ อยู่ดี ถามก่อนเขียนจะประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย เพราะใบเสร็จที่เขียนชื่อผิดแก้ไม่ได้ ต้องยกเลิกแล้วออกใบใหม่

คำว่า “ใบเสร็จรับเงิน” บนหัวกระดาษ

ไม่อยู่ในรายการบังคับของมาตรา 105 ทวิ ต่างจากใบกำกับภาษี ซึ่งมาตรา 86/4 (1) บังคับให้มีคำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด ถึงอย่างนั้นก็ควรพิมพ์ไว้ เพราะคนที่ต้องอ่านเอกสารของคุณต่อคือฝ่ายบัญชีของลูกค้า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สรรพากร

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี — ต้องมี และเป็นเลขของคุณ

นี่คือรายการแรกในหกข้อ และเป็นข้อที่ถูกลืมบ่อยที่สุดในบิลเขียนมือ กฎหมายบังคับ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ” ไม่ใช่ของผู้จ่ายเงิน ถ้าลูกค้าอยากได้เลขของตัวเองอยู่บนเอกสารด้วย ใส่เพิ่มได้ ไม่ผิด แต่ห้ามใส่แทนกัน

ถ้าคุณขายในนามบุคคลธรรมดาและยังไม่เคยขอเลขผู้เสียภาษีกับกรมสรรพากร ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของคุณเอง กรมสรรพากรกำหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีเลขประจำตัวประชาชนใช้เลขนั้นแทนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรได้อยู่แล้ว ไม่ต้องยื่นคำร้องขอเลขใหม่ ส่วนนิติบุคคลใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก

“เล่มที่” กับ “เลขที่” คืออะไร

มาตรา 105 ทวิ (3) เขียนว่า “เลขลำดับของเล่มและของใบรับ” คำนี้มาจากยุคที่ทุกร้านใช้บิลเล่มกระดาษคาร์บอน เล่มที่ คือลำดับของเล่มที่คุณเปิดใช้ เลขที่ คือลำดับของใบในเล่มนั้น สองตัวรวมกันแล้วต้องชี้ไปที่ใบเสร็จได้ใบเดียว ไม่ซ้ำกับใบอื่นเลยตลอดกิจการ

ถ้าออกด้วยคอมพิวเตอร์หรือมือถือ คุณไม่มี “เล่ม” จริง ๆ ให้นับ ในทางปฏิบัติร้านส่วนใหญ่จึงใช้เลขชุดเดียวที่เดินต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เช่น RC-2569-0001, RC-2569-0002 โดยผูกปีไว้ในเลขแทนการนับเล่ม สิ่งที่สำคัญกว่ารูปแบบคือ ห้ามมีเลขซ้ำ และห้ามย้อนกลับไปแทรกเลขที่ข้ามไปแล้ว

กฎหมายยังกำหนดให้คุณทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ และเก็บไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ออกใบรับ ข้อนี้มีฟันเฟืองซ่อนอยู่ที่คนมักไม่ทันสังเกต คือ ถ้าไม่มีต้นขั้วหรือสำเนา กฎหมายให้สันนิษฐานว่าคุณไม่ได้ออกใบรับ ภาระในการพิสูจน์ว่าออกแล้วจึงตกมาอยู่ที่คุณ

ใบที่เขียนผิดแล้วต้องยกเลิก อย่าฉีกทิ้ง ในทางปฏิบัติให้ขีดฆ่า เขียนกำกับว่ายกเลิก แล้วเก็บไว้ในเล่มเหมือนใบอื่น เลขที่หายไปหนึ่งใบโดยไม่มีอะไรอธิบายคือสิ่งที่ทำให้เกิดคำถาม

มีสามกิจการที่กฎกระทรวงยกเว้นให้ไม่ต้องทำและเก็บต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ คือ กิจการค้าหาบเร่ กิจการขายผลิตผลของเกษตรกรที่ตนหรือครอบครัวทำเอง และกิจการขายสินค้าในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นการครั้งคราว ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในสามข้อนี้ หน้าที่เก็บห้าปียังอยู่ครบ

ยอดเท่าไหร่ถึงต้องออกใบเสร็จ

มาตรา 105 กำหนดให้ผู้ขายหรือผู้รับเงินออกใบรับ “ในทันทีทุกคราวที่รับเงินหรือรับชำระราคา ไม่ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม” เมื่อยอดเกินจำนวนที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และจำนวนนั้นอยู่ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 34) ซึ่งแยกไว้เป็นสี่กลุ่ม

คุณเป็นผู้ขายแบบไหนต้องออกใบรับเมื่อรับเงินครั้งละ
ร้านที่ยังไม่ได้จด VAT เพราะได้รับยกเว้นตามมาตรา 81 หรือ 81/1 (รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี)เกิน 100 บาท
ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ทั่วไป และผู้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเกิน 100 บาท
ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16เกิน 500 บาท
ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ที่ขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยตามมาตรา 86/8เกิน 1,000 บาท

อ่านคำว่า “เกิน” ให้ตรงตัว ไม่ใช่ “ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป” อย่างที่มักเขียนกันตามเว็บ ขาย 100 บาทถ้วนยังไม่เข้าเกณฑ์บังคับ ขาย 100.50 บาทเข้าแล้ว และไม่ต้องรอให้ลูกค้าขอ หน้าที่เกิดตอนรับเงิน ไม่ได้เกิดตอนถูกถาม

ถ้าตกลงกันให้ผ่อนจ่ายหลายงวด กฎหมายกำหนดให้ออกใบรับทุกคราวในทันทีที่รับเงินแต่ละงวด ไม่ใช่ออกใบเดียวตอนจ่ายครบ

ต่ำกว่าเกณฑ์ก็ออกได้และควรออกถ้าลูกค้าขอ กฎหมายกำหนด “ขั้นต่ำที่ต้องออก” ไม่ได้ห้ามออกเอกสารให้ยอดที่เล็กกว่านั้น

ไม่ออกใบเสร็จ มีโทษอะไร

  • ทำให้ไม่มีการออกใบรับ ไม่ออกใบรับในทันทีที่รับเงินตามมาตรา 105 หรือออกใบรับเป็นจำนวนเงินน้อยกว่าที่รับจริง — ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ (มาตรา 127 ทวิ)
  • ฝ่าฝืนมาตรา 105 ทวิ เช่น ออกใบรับที่ข้อความไม่ครบ หรือไม่ทำและไม่เก็บต้นขั้วหรือสำเนา — ปรับไม่เกิน 500 บาท (มาตรา 128)

ตัวเลขค่าปรับไม่ได้น่ากลัว และนั่นทำให้หลายคนสรุปผิดว่าเรื่องนี้ปล่อยได้ ผลจริงที่แพงกว่าค่าปรับคือข้อสันนิษฐานเรื่องต้นขั้วข้างบน กับการที่คุณอธิบายรายรับของตัวเองไม่ได้เมื่อถูกถามย้อนหลัง ใบเสร็จไม่ได้ออกเพื่อลูกค้าอย่างเดียว มันคือบันทึกของร้านคุณเอง

ใบเสร็จเขียนมือ ใช้ได้ไหม

ใช้ได้ มาตรา 105 ทวิ กำหนดว่าใบรับต้องมี “ข้อความ” อะไรบ้าง แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำให้ข้อความนั้นปรากฏด้วยวิธีใด บิลเล่มที่ซื้อจากร้านเครื่องเขียนแล้วกรอกด้วยปากกาจึงใช้ได้ ตราบใดที่หกรายการครบ และเป็นอักษรไทยกับตัวเลขไทยหรืออารบิค

ปัญหาของบิลเขียนมือไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหน้าร้าน ลายมืออ่านไม่ออกจนลูกค้าเอาไปเบิกไม่ได้ กระดาษก๊อปปี้จางจนต้นขั้วอ่านไม่ออกก่อนครบห้าปี บวกเลขผิด และเลขที่ซ้ำเพราะเปิดเล่มใหม่ทับเล่มเก่า ถ้าคุณพิมพ์ออกมาแทน ปัญหาสี่ข้อนี้หายไปโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

ใบเสร็จรับเงิน ไม่ใช่ใบกำกับภาษี

สองใบนี้ตอบคนละคำถาม ใบเสร็จรับเงินตอบว่า “ได้รับเงินแล้ว” ใครขายของก็ออกได้ ส่วนใบกำกับภาษีเป็นเอกสารในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกได้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และต้องมีรายการตามมาตรา 86/4 ซึ่งเข้มกว่า เช่น ต้องมีชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก ต้องมีชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ และต้องแยกจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากมูลค่าสินค้าให้ชัดแจ้ง

ถ้าคุณยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ห้ามพิมพ์คำว่า “ใบกำกับภาษี” ลงบนเอกสาร มาตรา 86/13 ห้ามผู้ที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบกำกับภาษี ผู้ฝ่าฝืนต้องรับผิดในภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ปรากฏในเอกสารนั้นเสมือนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน และมีโทษตามมาตรา 90/4 (3) จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 200,000 บาท นี่เป็นโทษที่หนักที่สุดในหน้านี้ และมาจากการพิมพ์คำผิดคำเดียว

ในทางกลับกัน ถ้าคุณจด VAT แล้ว มาตรา 105 วรรคสี่ ยอมให้ถือใบกำกับภาษีที่มีข้อความแสดงว่าได้รับเงินแล้ว เป็นใบรับตามมาตรานี้ได้เลย ไม่ต้องออกสองใบ นี่คือที่มาของเอกสารที่ร้านค้าส่งกันจริง ๆ ในชื่อ “ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี”

ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

คำตอบสำหรับการขายของหน้าร้านทั่วไปคือไม่ต้อง บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 28 ระบุใบรับที่ต้องปิดแสตมป์ไว้เพียงสามอย่างเท่านั้น คือ ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับสำหรับการโอนหรือก่อตั้งสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย และใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะที่จดทะเบียน ใบเสร็จค่าสินค้าหรือค่าบริการปกติไม่อยู่ในสามข้อนี้

ถ้าธุรกิจของคุณเข้าสามข้อนั้น เช่น ขายรถหรือโอนที่ดิน เรื่องนี้มีรายละเอียดเรื่องอัตราและข้อยกเว้นที่หน้านี้ไม่ครอบคลุม ให้ถามผู้ทำบัญชีของคุณโดยตรง

ออกใบเสร็จที่มีครบทั้งหกรายการ

กรอกข้อมูล ดูตัวอย่างสด แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF หรือรูปภาพ ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ข้อมูลอยู่ในเครื่องคุณ

เริ่มออกใบเสร็จ

หน้านี้สรุปจากตัวบทกฎหมายเพื่อให้คุณกรอกเอกสารได้ถูกในวันที่ลูกค้าขอ ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี ถ้าธุรกิจของคุณมีเงื่อนไขเฉพาะ ให้ยืนยันกับผู้ทำบัญชีของคุณอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ใบเสร็จรับเงินต้องมีอะไรบ้าง
ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ กำหนดว่าใบรับอย่างน้อยต้องมีตัวเลขไทยหรืออารบิคและอักษรไทย แสดงข้อความหกอย่าง คือ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ เลขลำดับของเล่มและของใบรับ วันเดือนปีที่ออกใบรับ จำนวนเงินที่รับ และชนิด ชื่อ จำนวนเงินและราคาสินค้าในกรณีขายหรือให้เช่าซื้อสินค้าเฉพาะชนิดที่มีราคาตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป
ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีลายเซ็นไหม
กฎหมายไม่ได้บังคับ ลายเซ็นไม่อยู่ในรายการที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ กำหนดให้ใบรับต้องมี และมาตรา 103 ยังนิยามคำว่า “ใบรับ” ไว้ว่า บันทึกหรือหนังสือนั้นจะมีลายมือชื่อของบุคคลใด ๆ หรือไม่ ไม่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติร้านส่วนใหญ่ยังเซ็นหรือประทับตราไว้เพื่อใช้ยืนยันเมื่อมีข้อโต้แย้งกับลูกค้า
ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไหม
ต้องมี และเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกใบรับ ไม่ใช่ของผู้จ่ายเงิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ (1) ถ้าคุณขายในนามบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพราะกรมสรรพากรกำหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีเลขประจำตัวประชาชนใช้เลขนั้นแทนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรได้ ส่วนนิติบุคคลใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก
เล่มที่ กับ เลขที่ บนใบเสร็จรับเงิน คืออะไร
คือ “เลขลำดับของเล่มและของใบรับ” ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ (3) เล่มที่คือลำดับของเล่มบิลที่เปิดใช้ เลขที่คือลำดับของใบในเล่มนั้น สองตัวรวมกันต้องชี้ไปที่ใบเสร็จได้เพียงใบเดียวและห้ามซ้ำกัน ถ้าออกด้วยคอมพิวเตอร์และไม่มีเล่มจริง ในทางปฏิบัติจะใช้เลขชุดเดียวที่เดินต่อเนื่องแทน
ต้องออกใบเสร็จรับเงินเมื่อยอดเท่าไหร่
ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 34) ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไป ผู้ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และผู้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 หรือ 81/1 ต้องออกใบรับเมื่อรับเงินแต่ละครั้งเกิน 100 บาท ส่วนผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 คือเกิน 500 บาท และผู้ที่ขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยตามมาตรา 86/8 คือเกิน 1,000 บาท โดยต้องออกทันทีที่รับเงิน ไม่ว่าลูกค้าจะเรียกร้องหรือไม่
ไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้า มีความผิดไหม
มี ประมวลรัษฎากร มาตรา 127 ทวิ กำหนดว่า ผู้ใดทำให้ไม่มีการออกใบรับ ไม่ออกใบรับให้ในทันทีที่รับเงินตามมาตรา 105 หรือออกใบรับเป็นจำนวนเงินน้อยกว่าที่รับจริง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ นอกจากนี้การฝ่าฝืนมาตรา 105 ทวิ เช่น ออกใบรับที่ข้อความไม่ครบ มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 128
ต้องเก็บสำเนาใบเสร็จรับเงินไว้กี่ปี
ไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ออกใบรับ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ ซึ่งกำหนดให้ผู้มีหน้าที่ออกใบรับทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับและเก็บไว้ตามระยะเวลาดังกล่าว และถ้าไม่มีต้นขั้วหรือสำเนา กฎหมายให้สันนิษฐานว่าไม่ได้ออกใบรับ
ใบเสร็จรับเงินเขียนมือ ใช้ได้ไหม
ใช้ได้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ กำหนดเฉพาะข้อความที่ต้องปรากฏบนใบรับ ไม่ได้กำหนดวิธีทำให้ข้อความนั้นปรากฏ บิลเขียนมือจึงใช้ได้ถ้ามีครบหกรายการและเป็นอักษรไทยกับตัวเลขไทยหรืออารบิค ข้อควรระวังในทางปฏิบัติคือ ลายมือที่อ่านไม่ออก สำเนาที่จางก่อนครบห้าปี และเลขที่ซ้ำเมื่อเปิดบิลเล่มใหม่
ใบเสร็จรับเงิน กับ ใบกำกับภาษี ต่างกันอย่างไร
ใบเสร็จรับเงินคือใบรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ทวิ ใช้เป็นหลักฐานว่าผู้ขายได้รับเงินแล้ว ผู้ขายรายใดก็ออกได้ ส่วนใบกำกับภาษีเป็นเอกสารในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ออกได้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องมีรายการตามมาตรา 86/4 เช่น ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากมูลค่าสินค้าอย่างชัดแจ้ง ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีไม่ได้ตามมาตรา 86/13
ใบเสร็จรับเงิน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สำหรับใบเสร็จค่าสินค้าหรือค่าบริการทั่วไป ไม่ต้อง บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 28 ระบุใบรับที่ต้องปิดแสตมป์ไว้เพียงสามกรณี คือ ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับสำหรับการโอนหรือก่อตั้งสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย และใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะที่จดทะเบียน หากธุรกิจของคุณเข้าสามกรณีนี้ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องอัตราและข้อยกเว้น

แหล่งอ้างอิง

หน้านี้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือบัญชี หากไม่แน่ใจว่ากรณีของคุณเข้าข้อไหน โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีของคุณ